ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานเปิดงานมหกรรมการศึกษาชาติ ย้ำเลิกระบบแพ้คัดออกไม่แบ่งแยกผู้เรียนเก่ง-อ่อน ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า

image

 
วันนี้ (๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๒)  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เป็นประธานพิธีเปิด "มหกรรมการศึกษาแห่งชาติ : ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า" โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา) ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) พร้อมข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ผู้บริหารการศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์ระดับอุดมศึกษา และผู้แทนหน่วยจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ประมาณ ๑,๕๐๐ คน ร่วมงาน ณ ชั้นที่ ๑๑ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร
 
    ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ "ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า" ความสำคัญตอนหนึ่งว่า การสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและบูรณาการเพื่อเป็นทุนสำหรับการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นความท้าทายที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบให้มีคุณภาพอย่างสูงสุดซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่จะกระตุ้นการส่งเสริมการพัฒนา ภายใต้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ตลอดจนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ ที่ได้วางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ และมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่จะเป็นแนวทางพัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา สถานศึกษาแต่ละระดับสามารถจัดการศึกษาให้เหมาะสมตามอัตลักษณ์ของตนเอง สอดคล้องกับสภาพบริบทและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น ชุมชน สังคม และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ 
 
     สำหรับการบริหารการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนควรน้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริมการเรียนของคนทุกช่วงวัยด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีพระบรมราโชบายด้านการศึกษาส่งเสริมให้คนไทยต้องเรียนรู้อย่างหลากหลาย และรู้จักประยุกต์ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ระบบการศึกษาจึงต้องปรับเปลี่ยนให้หันมาตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น การสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ นำความรู้มาปรับประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เลิกระบบแพ้คัดออกที่ให้โอกาสเด็กเก่งมากกว่าแล้วทอดทิ้งเด็กอ่อนไว้ข้างหลัง แต่ควรเป็นแนวทางที่จะสอนให้เด็กมีความสามารถในการอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศไทย เป็นต้น 
 
     ขณะเดียวกัน ครู มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ เช่นเดียวกับนโยบาย Coding ที่ส่งเสริมการคิดของเด็กเป็นระบบ เสริมสร้างการอ่านการเขียน คิดสร้างสรรค์ มีทักษะการคำนวณ และรู้จักคิดวิเคราะห์ โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะสอนเรื่อง Coding ให้กับเด็กไทย ตั้งแต่ ป.๑ - ๓ ในเดือนพฤศจิกายนของภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๒ ถือเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียนโดยตรง เรียนรู้ด้วยรูปแบบ Coding พิชิตดิจิทัล รวมถึงการจัดคูปองการศึกษาของมนุษย์ เพื่อยกระดับทักษะความสามารถกำลังคนไทย (Up skill และ Re-Skill) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัยในมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยด้านเกษตรกรรม ด้วยแนวคิดส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยสติ (STI : Science Technology Innovation) สามารถยกระดับอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มความสุขจากการเรียนรู้ จากการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความชำนาญ เพิ่มโอกาสและช่องทางการเรียนรู้เข้าสู่ผู้เรียนที่มีความหลากหลาย สามารถสร้างรายได้ระหว่างการเรียนควบคู่กันไป
 
     ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญและเป็นคำตอบสุดท้ายคือ การดึงพลังจากทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง มีความสุขและมีคุณภาพ โดยยึดหลักการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นที่พึ่งของประชาชนและประโยชน์ส่วนรวมต่อไป จึงขอบคุณทุกฝ่ายทั้ง สกศ. และผู้เข้าร่วมประชุมที่ได้ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ รู้สึกตื่นเต้นที่มีผู้ให้ความสนใจร่วมพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ สุภาษิตจีนกล่าวว่าปลูกต้นไม้ใช้เวลา ๑๐ ปี ปลูกคนใช้เวลา ๑๐๐ ปี สำหรับการศึกษาประเทศไทย จึงต้องใจเย็นและรอเวลาที่คนจะเติบโตเป็นกำลังคนที่มีคุณภาพในอนาคต รวมทั้งสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นพลเมืองที่ดี  
 
 
     "จากคำกล่าวว่า Easy say than done เราต้องทำมากกว่าพูด ต้องสร้างจุดเน้นการเรียนรู้คนไทยนอกเหนือจากรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังต้องสำนึกถึงวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามของไทยไว้ด้วย โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่มีอยู่สอดแทรกแนวคิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสร้างการรับรู้ในการศึกษาของเด็กไทยด้วย" ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว
 
 
 
      ขณะที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. จัดงานมหกรรมการศึกษาแห่งชาติ : ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า จัดงาน ๒ วัน ระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วยเรื่อง กฎหมายการศึกษา มาตรฐานการศึกษาของชาติ การประกันคุณภาพการศึกษาโดยการใช้ OKRS ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ การขับเคลื่อนงานด้านเด็กปฐมวัยตาม SDG ๔.๒ ความเหลื่อมล้ำกับการจัดการศึกษา การเรียนรู้เรื่อง Coding  เรื่อง Future Thinking , Future Skills ซึ่งกล่าวถึง Skills สำคัญในปี ๒๐๓๐ 
 
 
     เรื่อง Future workforce การพัฒนากำลังคนในอนาคต เรื่องสมรรถนะของเด็กไทยและของครูไทย การเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี Big Data และการจัดการศึกษายุคใหม่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ฯลฯ เพื่อเป็นเวทีสาธารณะนำเสนอประเด็นปฏิรูปการศึกษา รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นทุกมุมมองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการปฏิรูปการศึกษา ตลอดจนเป็นเวทีทางวิชาการสำหรับการเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพ การจัดการศึกษา การนำเสนอประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติจริงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้ปฏิบัติได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ตามบริบทของตน และยังเป็นสร้างกระแสสังคมให้ได้รับรู้การดำเนินงานทางการศึกษาตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาของประเทศ
   
      ต่อมาในการเสวนาวิชาการ "การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการศึกษาไทย ใครได้ประโยชน์" ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กฎหมายการศึกษาปัจจุบันยังมีความซ้ำซ้อน และยังไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่า ๑.๘ หมื่นแห่งทั่วประเทศ ยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท ภาระงานของครูมากขึ้นกว่าเดิมแต่เด็กได้รับผลกระทบมากที่สุด ไอคิวต่ำ คุณภาพการศึกษาแย่ 
 
 
     อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ควรมีความชัดเจนของนิติปรัชญา หลักการและเหตุผลที่ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรเพิ่มตัวแทนองค์กรวิชาชีพครู และเพิ่มสัดส่วนผู้แทนนักเรียนด้วยในคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เร่งปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอน หากต้องการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริงต้องให้ความสำคัญกับครูและความก้าวหน้าในชีวิตครู ซึ่งควรคงตำแหน่งผู้อำนวยการไว้เช่นเดิม และต้องการการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
     
     ทางด้าน รองศาสตราจารย์ เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ผู้เรียนยังได้ประโยชน์น้อยมากจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการศึกษาโดยระบบการบริหารที่สร้างปัญหา มิใช่ตัวกฎหมายที่บังคับใช้ โครงสร้างที่มีข้าราชการระดับ ๑๑ ถึง ๕ แท่งองค์กรหลัก ศธ. จึงยังขาดการบังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพเหมือนกระทรวงอื่น ๆ ที่มีปลัดกระทรวงสั่งการได้โดยตรง จึงต้องมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพผู้บริหาร ครู สิ่งแวดล้อม และดึงพลังสมัชชาการศึกษาระดับจังหวัดมาขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่มากขึ้น
 
     ประธานคณะกรรมการ กพฐ. กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนและบทบาทของ สกศ. จึงต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่และบทบาทสอดคล้องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยตามที่มีบัญญัติในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ต้องหันมาส่งเสริมสมรรถนะครู พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษา ที่ไม่ใช่แค่ตรวจเอกสารและมุ่งเน้นประเมินเชิงสมรรถนะผู้เรียน โดยโรงเรียนต้องปรับตัวด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนฐานสมรรถนะด้วย รัฐไม่จำเป็นต้องขยายห้องเรียนเพิ่ม แต่ควรเปิดโอกาสโรงเรียนเอกชนเข้ามารองรับผู้เรียนเพิ่มเติม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
 
      รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ อดีตประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า  กอปศ. ยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฯ ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว มีจุดเด่นคือ ปลดล็อกระบบการศึกษาไทยให้เป็นระบบเปิด รองรับความหลากหลายทั้งวิธีการจัดการศึกษา หลักสูตร ผู้เรียน และโรงเรียน ยึดเป้าหมายการศึกษาเป็นหลัก เร่งจัดระบบนิเวศน์การศึกษามีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในโรงเรียน ผู้ปกครอง ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ สร้างสำนึกความรับผิดรับชอบในด้านต่าง ๆ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาชาติอย่างเป็นเอกภาพ และมีการประเมินผล รายงานความความก้าวหน้าสู่สาธารณะเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ให้เป็นธรรมนูญทางการศึกษานำสู่การปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย 
 
     "หลักการสำคัญอีกประการคือ สร้างธรรมาภิบาลในหลักการพัฒนาการศึกษาที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งการปรับปรุงพัฒนาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... พร้อมรับฟังแนวคิดจากทุกฝ่ายที่มีความหลากหลาย เพื่อยกร่างที่มีความสมบูรณ์รอบด้านต่อไป" รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จิรุตม์ กล่าว
 
 
      สำหรับไฮไลต์เด่นภายในงานจัดที่บริเวณห้องประชุม Mayfair Ballroom และห้องประชุม Jubilee Ballroom ชั้น ๑๑ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ฯ สกศ. ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการที่มีหัวข้อน่าสนใจมากถึง ๒๒ เรื่อง พร้อมระดมนักวิชาการและคณะทำงานจากทั่วสารทิศร่วมจัดนิทรรศการมีชีวิตให้ได้รับชมอย่างจุใจ ๑๑ เรื่อง
 
 
วันจันทร์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ : หัวข้อการประชุม 
     ๑. การบรรยายพิเศษ “ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า” โดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 
     ๒. การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการศึกษาไทย ใครได้ประโยชน์? 
     ๓. มาตรฐานการศึกษาสู่การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร...เพื่ออนาคตเด็กไทย ๔.๐ 
     ๔. ประสบการณ์การขับเคลื่อนกรอบการดำเนินงานด้านปฐมวัยของไทยที่ยั่งยืน (SDG ๔.๒)  
     ๕. เด็กติดเกม หรือนักกีฬา E-Sport 
     ๖. กองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา    
     ๗. สภาวะการศึกษาไทย เมื่อมองจาก Big data  
     ๘. การประกันคุณภาพการศึกษา ด้วยแนวคิด OKRs: Objective and Key Results 
     ๙. Future Thinking , Future Skills : Education and Skills 2030 
     ๑๐. Future Workforce for Thailand 4.0 : อนาคตภาพ กำลังคน ๔.๐ 
     ๑๑. ปฏิรูปกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ 
     ๑๒. Media Literacy : คนไทยยุคใหม่ ฉลาดใช้สื่อ เรียนรู้แบบใหม่ ต้องใช้สื่อเป็น
      
 
วันอังคารที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ : หัวข้อการประชุม  
     ๑๓. สร้างสรรค์สมรรถนะครูไทยอย่างไร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียน  
    ๑๔. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ... จุดเปลี่ยนเพื่ออนาคตการศึกษาไทย 
     ๑๕. ความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา  
     ๑๖. ท้องถิ่นกับอนาคตการศึกษาไทย
      

๑๗. การยกเครื่องสถานศึกษาของ กทม. ให้เท่าทันยุคดิจิทัล (BMA School Digital Transformation) 
๑๘. ๑๐ สมรรถนะหลักของเด็กไทยที่ครูควรรู้
๑๙. นวัตกรรมการจัดการศึกษาเรียนรวม : ความเสมอภาคที่เป็นจริง
๒๐. มุมมองผู้ปกครองต่อการสร้างเด็กไทยในศตวรรษที่ ๒๑
๒๑. วิทยาการคำนวณ และ Coding : การเรียนรู้ใหม่ที่ทุกคนต้องรู้ 
๒๒. ความก้าวหน้าในวิชาชีพครู

นิทรรศการมีชีวิต มีจำนวน ๑๒ เรื่อง ดังนี้ 
เรื่องที่ ๑ มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑
เรื่องที่ ๒ มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
เรื่องที่ ๓ แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
เรื่องที่ ๔ อ่านแต่เล็ก เด็กฉลาด สมรรถนะดี โดย มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
เรื่องที่ ๕ ออกแบบเกม ออกแบบสังคม โดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่องที่ ๖ Learning with AI โดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่องที่ ๗ โครงการพระราชดำริ นำพาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
เรื่องที่ ๘ ทักษะกำลังคนในอนาคต โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เรื่องที่ ๙ วิทยาการคำนวณกับการเรียน ๔.๐ โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
เรื่องที่ ๑๐ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปชั้นเรียน ปฏิรูปการสอนของครู PLC โดย สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
เรื่องที่ ๑๑ พื้นที่นวัตกรรม คนรุ่นใหม่ของศรีสะเกษ “รู้คิด จิตใจดี มีทักษะชีวิต และมีทักษะอาชีพ” โดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๔ ศรีสะเกษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เรื่องที่ ๑๒ การประเมินคุณภาพการศึกษาแนวใหม่ รอบ ๔ โดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)

 
 
ท่านสามารถดูภาพบรรยาการศได้ที่นี้
 
 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด