สกศ.ประชุมระดมความคิดพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทาง

image

วันนี้ (๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา (นางรัชนี พึ่งพาณิชย์กุล) กล่าวรายงาน โดยมี รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์)  และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเฉพาะทางเข้าร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

สำหรับการประชุมครั้งนี้  จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ หลังประชุมในช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมประชุมไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน จังหวัดชลบุรี ถึงรูปแบบการจัดการศึกษา คุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาและประชุมปฏิบัติการเพื่อนำเสนอข้อมูล และสถิติการศึกษาเฉพาะทาง 

ณ แซนดาเลย์ รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี 

             ดร. สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล วิเคราะห์ เสนอแนะการจัดการศึกษาในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ  อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากกระทรวงศึกษาธิการยังมีกระทรวงอื่นๆ ที่จัดการศึกษาและมีสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจึงทำหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต่างๆ ที่จัดการศึกษาทั้งเรื่องข้อมูล วิธีการจัดการศึกษา ฯลฯ  ซึ่งที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด การสร้างเครือข่ายระหว่างกันจะช่วยให้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาวิธีการจัดการศึกษาร่วมกัน ในการประชุมครั้งจะมีการกล่าวถึงการเทียบเคียงคุณวุฒิ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกำลังแรงงานและการจัดการต่างๆ  นอกจากนี้เรื่องการพัฒนาทักษะคนไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันอาชีพเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเฉพาะทางมากขึ้น การประชุมครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ระดมความคิด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลในหัวข้อต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน

  นางรัชนี พึ่งพาณิชย์กุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา       กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีภารกิจในการรวบรวมและพัฒนาเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศในทุกระดับและประเภทการศึกษา เพื่อการพัฒนานโยบายและการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ  สำนักงานฯ จึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทางขึ้นเพื่อติดตาม ทบทวนรูปแบบการบริหารจัดการของหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง รวมถึงร่วมกันหาแนวทางและกลไกในการประสาน เชื่อมโยงเครือข่ายในการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทางของประเทศไทย ทั้งนี้ การจัดการศึกษาเฉพาะทางเป็นการจัดการศึกษาเพื่อมุ่งผลิตบุคลากรที่มีลักษณะเฉพาะตามความต้องการของหน่วยงาน ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่ ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภากาชาดไทย เนติบัณฑิตยสภา และรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น  ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่องานด้านการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะสามารถนำไปใช้กำหนดนโยบายและวางแผนในการพัฒนาการศึกษาที่จะต้องเชื่อม ประสานภาพรวมของการศึกษาทั้งระบบของประเทศในทุกมิติ

         

สำหรับการศึกษาดูงานที่โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน จังหวัดชลบุรี มีนาวาเอกปรารถนา ทองศิริ รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน และคณะให้การต้อนรับ

นาวาเอกปรารถนา ทองศิริ รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน กล่าวว่า ทหารนาวิกโยธินขึ้นตรงกับกองทัพเรือ เอกลักษณ์ คือถูกฝึกให้รบทางทะเลมีจุดเด่นคือความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจ เด็ดเดี่ยว  ไม่หวาดกลัวอันตราย โดยมีปลูกฝังแนวคิดให้ผู้ที่สนใจเป็นทหารนาวิกโยธินถึงบทบาทหน้าที่ ได้แก่ ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อรบต้องชนะ นำดีตามดี คือผู้นำดี ผู้ตามก็จะดี  กายใจชีวิตมอบเป็นราชพลี และสิ่งที่ทำให้ทหารนาวิกโยชินเป็นเช่นนี้คือโรงเรียนนาวิกโยธิน โดยสิ่งที่จะติดตัวไปตลอดคือ ความภาคภูมิใจ ดังคำพูดที่ว่า "เป็น นย.สักครั้งไซร้ จัดฝังหฤทัยจนวายปราณ"

 นาวาเอกนพศิษฐ์ เพียรชอบ หัวหน้ากองการศึกษา ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนทหารนาวิกโยธินว่า โรงเรียนนาวิกโยธินมีปรัชญาของโรงเรียน คือ  "สร้างจิตวิญญาณ ความเป็นทหารอาชีพ ให้ความรู้สู่ความเป็นผู้นำทหารนาวิกโยธิน" โรงเรียนทหารนาวิกโยธินมีภารกิจในการจัดทำโครงการศึกษาหลักสูตรและแนวการสอน  มีการอบรมทหารนาวิกโยธินที่เข้ารับการศึกษาตามหลักสูตรต่าง ๆ ทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาวิทยาการเกี่ยวกับการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การรบทางบก และการรบพิเศษให้ทันสมัย ตลอดจนให้คำแนะนำแก่หน่วยทหารในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  มีวิสัยทัศน์ คือ  “เป็นหน่วยการศึกษาอบรมที่มีคุณภาพ มุ่งสู่ความเป็นโรงเรียนทหารชั้นนำของกองทัพเรือ"   สำหรับส่วนของกองการศึกษามีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา จัดทำโครงการศึกษาหลักสูตรแนวการสอนให้การศึกษาอบรมนักเรียนในวิชาการนาวิกโยอิน และวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประเมินผลการศึกษา รวบรวมการวัดผลการศึกษาจากอาจารย์ผู้สอน ประเมินผลการศึกษาและการสอน รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียนในหลักสูตรต่างๆ โดยมีแผนกวิชาทั้งหมด ๗ แผนก คือ แผนกวิชาอาวุธและหลักยิง แผนกวิชายุทธวิธี แผนกวิชาฝายอำนวยการ แผนกวิชาการรบพิเศษ แผนกวิชาการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก แผนกวิชาพลศึกษา และแผนกวิชาทั่วไป  ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นปี ๑ จำนวน ๑๗๕ นายและชั้นปี ๒ จำนวน ๑๖๙ นาย มีครู ๗๖ คน

 นาวาตรีสมนึก นาควิจิตร ครูแผนกวิชาฝ่ายอำนวยการ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนว่ามี ๗ ด้าน คือ ๑. การศึกษาอบรม เป็นการเรียนวิชาทหารนาวิกโยธินและวิทยาการด้านอื่นๆ ทั้งทางทฤษฎีในห้องเรียนและฝึกปฏิบัตินอกห้องเรียนรวมถึงการฝึกภาคสนามเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เพียงพอพี่จะศึกษาต่อ และพร้อมปฏิบัติงานเมื่อสำเร็จการศึกษาอบรม ๒. การฝึกความเป็นผู้นำ เป็นการสร้างเสริมความสำนึกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมทั้งเสริมสร้างให้มีลักษณะท่าทางความเป็นทหารที่ดี เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในระดับเดียวกันและสูงกว่า ๓. การฝึกพลศึกษาและการกีพา เป็นการฝึกเพื่อให้ ผู้เรียน มีร่างกายแข็งแรง มีความอดทดมีความว่องไว และมีไหวพริบปฏิภาณ ในการแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งให้รู้จักคุณค่าของกีฬา รู้วิธีบริหารร่างกายที่ถูกต้องตามวิธีการและส่งเสริมให้มีการแข่งขันกีพาระหว่างหลักสูตร ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้เรียนเป็นนักกีพาที่ดี และเป็นทหารเรือที่มีวินัย ๔. การฝึกอบรมด้านจริยธรรม เป็นการฝึกอบรมมุ่งเน้นทางด้านจิตใจ ความประพฤติและอุปนิสัย คุณธรมอันดีงามการรู้จักประพฤติปฏิบัติตนในการเป็นผู้ได้บังคับบัญชาที่ดี และการรู้จักวางตนให้ถูกต้องเมื่อทำหน้าที่ปกครองบังคับบัญชามีหลักศีลธรรมในการประพฤติตนนอกเหนือจากการปฏิบัติตามกรอบวินัยทหาร ยึดมั่นในเกียรติของตน หมู่คณะ และมีความเป็นทหารอาชีพ ๕. การฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษ เป็นการศึกษาอบรมเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนเพื่อที่จะเป็นพื้นฐานในการไปใช้ฝึกร่วมกับต่างชาติและศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ 

๖. การฝึกอบรมด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานในทุกระดับหน่วย ๗.การศึกษาดูงานนอกหน่วย เป็นการศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเสริมการเรียนในห้องเรียนเปิดโลกทัศน์และนำองค์ความรู้ที่ได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมมาวิเคราะห์ประยุกต์ใช้กับการเรียนในห้องเรียน และเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปปฏิบัติงานตามหน่วย สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา จะต้องผ่านมาตรฐานใน ๓ ด้านหลัก คือ ด้านร่างกายที่ต้องแข็งแรง   ด้านความรู้ และด้านทักษะการปฏิบัติงาน ต้องปฏิบัติงานได้จริงตามเกณฑ์ที่กำหนด

           หลังจากนั้น ได้นำชมการสาธิตการถอด และประกอบอาวุธปืนประจำกาย  การสาธิต  ยุทธวิธีการรบ การออกคำสั่งฝึกทหารประจำการ

 
 
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่นี้
 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด