สกศ. ถอดประสบการณ์
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา "อะคิตะโมเดล (Akita Model : ประสบการณ์ และการนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของประเทศไทย" โดยมีรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) ประธานคณะกรรมการการศึกษา จังหวัดอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น (นายซูซูมุ โยเนตะ) ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๗๐ คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) และคณะกรรมการการศึกษาแห่งจังหวัตอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ ในรูปแบบอะคิตะโมเดล (Akita Model) ซึ่งเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ไทยอะคิตะที่เริ่มต้นและเป็นต้นแบบการเรียนรู้ในโรงเรียนไทย ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนในชั้นเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยแบ่งเวลาภายในหนึ่งคาบเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างการตั้งคำถามการแสวงหาคำตอบ ทั้งแบบกลุ่มและรายบุคคล รวมทั้งการลงมือปฏิบัติ
ทั้งนี้ รูปแบบการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะ (Akita Action) ที่พัฒนามาจากการเรียนรู้บนพื้นฐานของปัญหา ที่มีขั้นตอนของการจัดกิจกรรม ๔ ขั้นตอน ได้แก่ ๑) รู้จักตั้งข้อสังเกตในการเรียนรู้ ๒) มีความคิดเป็นของตนเอง ๓) อภิปรายกันเป็นคู่ เป็นกลุ่ม เป็นชั้นเรียน และ ๔) ทบทวนเนื้อหาและการเรียนรู้ โดยวิธีการดังกล่าวมุ่งให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งผ่านการคิดด้วยตนเองและการสนทนาโต้ตอบ โดย สกศ. ดำเนินการวิจัยรูปแบบอะคิตะโมเดล ทดลองในสถานศึกษาไทย จำนวน ๔ แห่ง ได้แก่ โรงเรียนราชมนตรี โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ ฯ และโรงเรียนประชาอุปถัมภ์ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ เทศบาลนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ช่วงกลางปี ๒๕๖๐ และเร่งผลักดันเป็นนโยบายการศึกษาชาติ
"เด็กทุกคนมีศักยภาพและความถนัดที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กที่มีความเหมาะสมกับแต่ละคน ท้ายที่สุดครูเป็นผู้สรุปบทเรียนการเรียนรู้เหมือนกับชั้นเรียนอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทักษะความรู้และทักษะชีวิตของผู้เรียนมาแล้ว ดังนั้น หากมีการวางแผนตั้งแต่ระดับประเทศ เขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษา เชื่อมั่นว่าสามารถขับเคลื่อนปฏิรูปชั้นเรียนไทยเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพต่อไป" ดร.สุภัทร กล่าว
สำหรับ สกศ. ดำเนินการศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างต่อเนื่อง และพบกรณีศึกษาของจังหวัตอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้การสอนเชิงรุกแบบอะติตะโมเดลในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในจังหวัตอาคิตะได้สำเร็จ โดยมีผลการประเมิน PISA สูงขึ้น และมีผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของจังหวัดดีขึ้นเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ คณะนักวิจัยจาก มธบ. ได้อภิปรายผลการศึกษาและการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้รูปแบบ "Akita Model" ในประเทศไทย โดยดร.เฉลิมชัย มนูเสวต ที่ปรึกษาโครงการวิจัย ฯ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการเรียนรู้เชิงรุกอะคิตะ พบว่ามี ๕ ปัจจัย ๑.ครู ๒.ครอบครัว ชุมชน ๓.ความร่วมมือหน่วยจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ๔.การขับเคลื่อนงานศึกษานิเทศก์เชิงรุก รวมถึงความเข้มแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษา และ ๕.การขับเคลื่อนการเรียนรู้ตามแนวทางการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการขับเคลื่อนพัฒานาไปพร้อมกัน และขยายผลไปยังโรงเรียนในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี รวมถึงโรงเรียนในเครือข่ายสภาคริสตจักรในประเทศไทย
ขณะที่ นางพนิตา อุสายพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาอุปถัมภ์ เทศบาลนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า โรงเรียนได้ขับเคลื่อนการสอนเชิงรุกแบบอะคิตะอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ - ปัจจุบัน โดยนำร่องระดับชั้น ป.๑ ตามแผนการสอนร่วมกับคณะครูจากจังหวัดอะคิตะ พัฒนาครูแกนนำวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ และขยายความรู้จนครบ ๘ สาระกลุ่มวิชา นำมาปรับใช้การสอนเชิงรุกในชั้นเรียนภายใต้ ๔ ขั้นตอน สังเกต - คิดเอง - อภิปราย - ทบทวน พบว่า นักเรียนชั้น ป.๓ มีผลสัมฤทธิ์การเรียนที่ดี ประเมินจากผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ดีกว่าปีการศึกษา ๒๕๖๐ ทั้งด้านภาษา ด้านคำนวณ ด้านเหตุผล และภาพรวมความสามารถทั้ง ๓ ด้าน และส่งผลกระทบที่ดีทั้งด้านผู้สอนได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะใช้สอน มีความกระตือรือร้นในการสอน และดเานผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ผ่านการคิดด้วยตนเอง มีความสนใจและใฝ่เรียนรู้ รู้จักสนทนาโต้ตอบ มีความคิดเป็นของตนเองที่มีความกว้างและลึกซึ้งมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองและรับฟังความคิดเห็นแตกต่างได้
"ภายหลังนำอะคิตะ แอ๊คชั่น มาใช้ในการสอนเชิงรุก โรงเรียนมุ่งหวังให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข มีเป้าหมายชัดเจน ครูมีความเป็นมืออาชีพ สร้างความสุขในการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างให้เกิดสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีความเอื้ออาทร แบ่งปันกัน เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีความทันสมัย เปฌนโรงเรียนแห่งความสุข นักเรียนเก่ง ดี มีความสุข มีคุณภาพการศึกษาเพิ่มขึ้น" นางพนิตา กล่าว
ทางด้าน ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษาของ สพฐ. มีนโยบายส่งเสริมการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ (Active Learning) มาโดยตลอด เร่งพัฒนาครูให้รู้จักสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับผู้เรียนมากกว่าแค่บรรยายให้ฟังในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สพฐ. เท่านั้น
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องเร่งพัฒนาวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาให้มีความเข้าใจและสนับสนุนครูในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนที่ทันสมัย และปรับใช้แนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนต่อไป













