เลขาธิการสภาการศึกษา ประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น รายงานสภาวะการศึกษาไทย

image

 

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น "รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) ผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานจัดการศึกษา รวม ๑๕๐ คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมภาณุมาศ โรงแรม เดอะ รอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

 

      ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีหน้าที่สำคัญคือ การปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ซึ่งก่อนที่จะดำเนินการจัดทำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้แล้วเสร็จได้นั้น จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ทราบถึงสภาวะการศึกษาไทยในปัจจุบันให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า ขณะนี้การศึกษาของประเทศไทย ประสบปัญหาอะไร และสิ่งใดเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขเป็นลำดับแรก ที่ผ่านมา สกศ. ได้นำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะจากรายงานสภาวะการศึกษาไทยเสนอต่อ กอปศ. เพื่อเป็นข้อมูลในกำหนดแนวทางและจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง 

 

 

      ดังนั้น รายงานสภาวะการศึกษาไทย จึงเป็นอีกหนึ่งฐานข้อมูลที่สำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการศึกษาของประเทศ โดย สกศ. ได้ศึกษาสภาวะการศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเห็นความสำคัญของการกำหนดนโยบายและแผนการศึกษาที่จะต้องทราบสภาพปัจจุบัน ปัญหาของการจัดการศึกษา และสามารถพยากรณ์แนวโน้มในอนาคตที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบันได้ที่การจัดการศึกษาต้องปรับตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

 

     อย่างไรก็ดี เนื้อหาสาระหลักของรายงานสภาวะการศึกษาไทยฉบับนี้คือ การสรุป วิเคราะห์ ประเมินผลการดำเนินการจัดการศึกษาในรอบปี ๒๕๖๑ และครึ่งแรกของปี ๒๕๖๒ สภาวะเศรษฐกิจสังคมของไทย ความสามารถในการแข่งขันและสมรรถนะทางการศึกษาของไทยในเชิงเปรียบเทียบ ปัญหาหลักและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทย ซึ่งมุ่งเน้นในประเด็น ๑) การปฏิรูปครู ผู้บริหาร ๒) การปฏิรูปหลักสูตร การสอน และการวัดผล และ ๓) โครงสร้างการบริหารจัดการ บทเรียนการปฏิรูปการศึกษาของประเทศอื่น ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล การปฏิรูปด้านการเมืองและสังคมเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา โดยสรุปภาพรวมและการปฏิรูปการศึกษาไทยที่ควรเป็น

 

 

      เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวต่อว่า สกศ. อยู่ในกระบวนการเตรียมทบทวนแผนการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรัฐบาล ซึ่งข้อมูลสำคัญส่วนหนึ่งที่จะใช้ประกอบการพิจารณาคือ ข้อมูลสภาวะการศึกษาไทย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน จึงได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นนี้เพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทำให้เกิดแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการศึกษาของประเทศอย่างสร้างสรรค์ โดยรายงานสภาวะการศึกษาไทยเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงสภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่แท้จริง  และเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายการศึกษาของประเทศต่อไป 

 

 

 

      ทั้งนี้ นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา ได้อภิปรายร่วมกับคณะวิทยากรรับเชิญเพื่อหารือถึงสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ อาทิ รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล ที่ปรึกษาโครงการสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ดร.พรชัย อินทร์ฉาย รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ดร.ณรงค์ศักดิ์ บุณยมาลิก ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้วอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงผู้แทนหน่วยจัดการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยว้ของ เพื่อสังเคราะห์แนวคิดและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ นำไปปรับปรุงแก้ไข ร่างรายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน และน่าเชื่อถือตามหลักวิชาการต่อไป

 

 

 สำหรับร่างสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ การปฏิรูปการศึกษาในยุคดิจิทัล ฉบับนี้ สกศ. ร่วมกับ รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล ดำเนินการรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล และความเคลื่อนไหวด้านการศึกษา รวมทั้งสิ้น ๘ ด้าน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 

      ๑) สภาวะการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยในปี ๒๕๖๑ - ครึ่งปีแรก ๒๕๖๒ พบว่า สภาวะสังคมยังคงมีปัญหาเด็กและเยาวชน อาชญากรรม ยาเสพติด สาธารณสุข สภาพแวดล้อม ฯลฯ อันเป็นผลมาจากโครงสร้างและนโยบายทางพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยมอุตสาหกรรมที่ทำให้เมืองขยายตัว สังคมเน้นการแข่งขันหาเงินเพื่อการบริโภค และการที่ภาครัฐ (ทุกรัฐบาลในรอบหลายปีที่ผ่านมา) เน้นการเร่งรัดการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมเพื่อความเป็นธรรมและเพื่อคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่

 

 

       ๒) สภาวะการจัดการศึกษาไทยปี ๒๕๖๑ พบว่า งบประมาณการศึกษาของภาครัฐยังคงอยู่ในระดับสูงทั้งในเชิงปริมาณและสัดส่วนของงบประมาณและผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ขณะที่จำนวนนักเรียน นักศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาเริ่มลดลงบ้างในบางระดับ (เช่น อาชีวศึกษา) เนื่องจากประชากรวัยเรียนลดลงการจัดการศึกษาคงเป็นไปตามแบบแผนเดิมๆ  เช่น จัดโดยเฉพาะ ศธ. มากกว่าองค์การปกครองท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนจากการประเมินผลทั้งภายในประเทศ (O-NET) และเปรียบเทียบระหว่างต่างประเทศ (PISA) ยังคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ การแก้ปัญหาของรัฐบาลทำได้จำกัด มีลักษณะตามแก้ปัญหาเป็นเรื่อง ๆ แก้ได้เฉพาะบางประเด็นบางจุดแต่ไม่ได้มีการบูรณาการปฏิรูปการศึกษาทั้งประเทศทั้งระบบโครงสร้างอย่างเป็นองค์รวม

 

 

        ๓) สถานะเศรษฐกิจสังคมไทย/ความสามารถในการแข่งขัน เปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ พบว่า ไทย มีประชากรมากอันดับ ๒๑ และพื้นที่การเกษตรใหญ่เป็นที่ ๑๘ ของโลก แต่พัฒนาคุณภาพ/ประสิทธิภาพประชากรและพัฒนาเศรษฐกิจสังคมได้ในเกณฑ์ต่ำ รายได้ต่อหัวประชากรค่อนข้างต่ำ ถูกจัดเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ดัชนีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคม ดัชนีการพัฒนามนุษย์ ดัชนีการพัฒนาการศึกษาซึ่งรวมถึงผลการทดสอบเปรียบเทียบของไทยเทียบนักเรียนนานาชาติอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

 

 

      ๔) ปัญหาหลักและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยปัญหาหลักมี ๒ ด้านใหญ่ ๑) ปัญหาเชิงปริมาณ ยังให้บริการแก่เด็กเยาวชน ประชาชนทั่วประเทศได้อย่างไม่ทั่วถึง มีคนที่ไม่ได้เรียนและออกกลางคันก่อนจบชั้นมัธยมปลายสูง โดยพบว่าเยาวชนที่ไม่ได้เรียนชั้นมัธยมปลายมีราว ร้อยละ ๓๐ ของประชากรวัยเดียวกัน ๒) ปัญหาเชิงคุณภาพ โรงเรียนส่วนใหญ่ยังสอนแบบบรรยายเนื้อหาให้นักเรียนท่องจำไปสอบแบบปรนัย นักเรียนยังคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ได้น้อย และมีความแตกต่างคุณภาพ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งปฏิรูป ๓ แนวทางสำคัญคือ ปฏิรูปผู้บริหาร ครูอาจารย์ ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดผล และปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ/ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

 

      ๕) บทเรียนการปฏิรูปการศึกษาของประเทศอื่น ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา เช่น ฟินแลนด์ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ผู้นำและประชาชนเข้าใจและสนใจว่าการศึกษาหรือการพัฒนามนุษย์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด มีโครงสร้างระบบการบริหารแบบกระจายอำนาจงบประมาณ ความรับผิดชอบไปที่จังหวัด เขตการศึกษาหรือสถานศึกษาโดยตรงและพัฒนาผู้บริหาร ครูอาจารย์ ให้มีความรู้ ความสามารถสูง สามารถออกแบบหลักจัดการเรียนการสอนคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนเพื่อโลกการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบประเมินผลและการติดตามช่วยเหลือพัฒนาทั้งสถานศึกษาและครูที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ทำให้สถาบันการศึกษาทั่วประเทศพัฒนาการศึกษาได้มีคุณภาพไม่แตกต่างกันนัก และมีระบบบริหารที่คล่องตัว สามารถใช้งบประมาณและกำลังคนไปช่วยเหลือพัฒนาสถาบันการศึกษาและนักเรียนที่อ่อนแอกว่าอย่างจริงจัง

 

 

      ๖) ความรู้/ทักษะ และการจัดการศึกษาสำหรับโลกยุคดิจิทัลความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่นิยมเรียกรวม ๆ ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การผลิตและการบริหารจัดการเศรษฐกิจเปลี่ยนไปอย่างขนานใหญ่ สามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลิตและกระจายสินค้า/บริการได้เร็วขึ้น มากขึ้น ถูกลง รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ทำงานหลายอย่างแทนแรงงานมนุษย์ได้ ดังนั้น การจัดการศึกษาจึงต้องเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ เพื่อพัฒนาพลเมืองที่มีความรู้/ทักษะทำงานกับเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ฉลาด รับผิดชอบ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้เป็น มีความสามารถในการทำงาน แก้ไขปัญหา และแข่งขันทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น 

 

      ๗) ปฏิรูปทางด้านการเมืองและสังคมเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปทางการเมืองและสังคมในแนวทางกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้ อำนาจต่อรองไปสู่ประชาชนทั้งประเทศอย่างทั่วถึง เป็นธรรม เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูประบบการจัดการศึกษาในเชิงคุณภาพเป็นจริงขึ้นได้ ประชาชนที่มีความรู้ จิตสำนึก อำนาจต่อรอง จะผลักดันการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อให้ได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ กล้าหาญทางความรู้ และจริยธรรม ที่จะผ่าตัดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

      ๘) ภาพรวมการปฎิรูปการศึกษาไทยควรมีเป้าหมายที่กว้างไกลมากกว่าการสร้างมนุษย์ทางเศรษฐกิจที่มุ่งแข่งขันหาเงินและบริโภค ทั้งนี้ ควรพัฒนามนุษย์ที่สมบรูณ์  มีทั้งความรู้/ทักษะที่สามารถใช้ในการทำมาหากิน เลี้ยงตัวเองและครอบครัว และความฉลาด ทักษะด้านอารมณ์และสังคม หรือการใช้ชีวิตที่สัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจ เห็นใจ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความสุขความพอใจในชีวิตและการงาน รู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนามนุษย์ที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้มนุษย์เราเรียนรู้ได้ดีขึ้น และรู้สึกอยากทำดีต่อผู้อื่นหรือต่อสังคมที่เน้นความสันติสุข ความสมดุล เป็นธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมได้อย่างยั่งยืน

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด