คุณหญิงกัลยา ประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น กรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย เร่งยกร่างสอดรับการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาสังคมที่ทั่วถึงและยั่งยืน
วันนี้ (๒ สิงหาคม ๒๕๖๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น "กรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย" โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) า รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) พร้อมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ ๑๕๐ คน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องกรุงเทพบอลรูม โรงแรมรอยัล ซิตี้ กรุงเทพมหานคร









คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ครบ ๑๕ วัน รู้สึกยินดีที่ได้ประชุมนี้เพื่อยกร่างแผนปฏิบัติการการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย ทุกคนในประเทศต้องช่วยกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงวัยมากขึ้น จำนวนประชากรเด็กและวัยทำงานลดลง ดังนั้น การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ๑๒ ข้อ และนโยบายเร่งด่วน ๑๒ ข้อ ล้วนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพลเมืองที่ดีมีคุณภาพของประเทศ โดยแบ่งเป็น ๔ ช่วงวัยตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์และปฐมวัย ช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น ช่วงวัยทำงาน และช่วงวัยผู้สูงอายุ เป็นแนวทางเดียวกับแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ที่เคยเขียนบทความเป็นที่รู้จักกันดี "จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความต้องการพื้นฐานในชีวิต และการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาสังคมที่ทั่วถึงและยั่งยืน



อย่างไรก็ตาม ศธ. ได้ส่งเสริมทักษะรองรับศตวรรษที่ ๒๑ ตามนโยบายของรัฐบาลคือ การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ โดยส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปรับตัวให้ทันโลกยุคดิจิทัล โดยเฉพาะประเทศไทยกำลังจะมีการประมูลเทคโนโลยี 5G ภาษาคอมพิวเตอร์ จำเป็นอย่างยิ่งต้องเป็นภาษาที่ ๓ ของการเรียนการสอน เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ สิ่งสำคัญคือต้องเร่งผลักดันให้ประเทศไทยมีการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกันทุกระดับ เพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพให้มีมากขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว สามารถนำพาประเทศไทยให้ก้าวพ้นปัญหาอุปสรรคได้ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต







ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. เปิดเวทีนี้ให้ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับการผลิตและพัฒนากำลังคนในแต่ละช่วงวัย ได้มีส่วนร่วมกันแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น และร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย ที่มีการบูรณาการการดำเนินงานของทุกหน่วยภาคส่วนได้อย่างสมบูรณ์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑- ๒๕๘๐) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนไทยในทุกช่วงวัย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการรองรับการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป





ในการเสวนาหัวข้อ "การผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัยเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการนำยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ" ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นวิทยากร โดย นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า สกศ. ต้องรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน และต้องเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงในการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย ประการสำคัญต้องเข้าใจให้ลึกซึ้ง การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมนั้นมองจากนโยบายของรัฐบาลที่มองการณ์ไกล เช่น ธนาคารหน่วยกิต หรือเครดิตแบงก์ เป็นการเรียนรู้โดยเก็บสะสมองค์ความรู้เพื่อใช้ต่อยอดการเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเรียนให้สำเร็จ แต่สามารถเก็บหน่วยกิตเพื่อใช้ศึกษาต่อในต่างสถาบันได้ จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงและปฏิรูประบบราชการต่าง ๆ รองรับการส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย ต้องปรับปรุงระบบการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ที่ไม่ได้ยัดเยียดการเรียนหรือติวลูกตั้งแต่เด็กเล็ก ควรเน้นให้เด็กเล่นเพื่อเรียนนำไปสู่การพัฒนากาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
สำหรับช่วงวัยรุ่น ควรเน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุ่งเน้นการค้นพบศักยภาพที่มีในตัวผู้เรียน โดยกระบวนการเรียนรู้ และผู้เรียนค้นพบด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกทำให้การเรียนรู้แตกต่างกัน ผู้เรียนจึงต้องใช้ศักยภาพที่มีในตนเองเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่ไม่ใช่แค่การเรียนในระบบตามปกติ แต่สามารถพัฒนาได้โดยการเทียบโอนประสบการณ์ได้ คนในศตวรรษที่ ๒๑ ไม่จำเป็นต้องเก่งแต่ต้องมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ทำงานข้ามสายและร่วมงานกับผู้อื่นได้ดี หรือ Soft Skill ดังนั้น ต้องผลิตกำลังคนที่สามารถสร้างนวัตกรรม สร้างสรรผลิตภัณฑ์ได้
ขณะที่ช่วงวัยทำงาน ต้องเน้นสร้างผู้ประกอบการที่เริ่มจากตนเอง สถานศึกษาในอนาคตจะมีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อประเมินศักยภาพของผูเรียนโดยได้รับการสนับสนุนให้มีงานทำ การผลิตกำลังคนในอนาคตต้องเตรียมกำลังคนที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาได้ หัวใจในการสร้างคนตือการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อต่อยอดการพัฒนาประเทศ และช่วงวัยสูงอายุ มีรายงานทางวิชาการของบลูมเบิร์ก ชี้ว่า ประเทศไทยแก่และจน เพราะมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น จึงมีการบริโภคน้อยลง อย่างไรก็ดี การจัดระบบการศึกษาต้องสามารถรองรับกลุ่มคนเหล่านี้ มีอาชีพ วางกลไกสำคัญคือ กศน. และ สอศ. เพื่อรองรับการเรียนรู้ของและต้องออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล
"ปัญหาระบบการศึกษายังวนสู่ปัญหาเดิม ๆ เช่น กฎหมายการศึกษา ที่มีมากมายซึ่งต้องสังคายนากันใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีมาแล้ว ๒๕ คน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ต้องมีนโยบายน้อยลง ประเมินจากทิศทางการพัฒนาประเทศ ใช้งานวิจัย รับฟังความคิดเห็นประชาชน ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นกระจายอำนาจจากส่วนกลางให้สถานศึกษาท้องถิ่นสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรต่าง ๆ และการประเมินผลสอดคล้องกับพัฒนาการของคนแต่ละช่วงวัย และต้องปรับระบบการวัดผลและประเมินผลตามข้อมูลจริงของสถานศึกษาแต่ละท้องถิ่น" นายตวง กล่าว




ขณะที่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา อดีตประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า ปัจจุบันต้องเร่งปรับปรุงระบบการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนทุกระดับ ทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างตลอดชีวิต ขณะที่การสื่อสารกับสังคมยังต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง การติวเด็กเล็ก หรือพาไปกวดวิชาเปรียบเสมือนการทำลายเด็ก เพราะเป็นวันที่เรียนรู้สิ่งรอบตัวมากกว่าต้องมาแข่งขันช่วงชิงกันเข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดัง ดังนั้น บทบาทพ่อแม่ผู้ปกครองต้องปรับแนวคิดใหม่
อย่างไรก็ตาม ขณะร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ยังอยู่ระหว่างรัฐบาลพิจารณา และ กอปศ. ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษารายงานต่อนายกรัฐมนตรี คนในศตวรรษที่ ๒๑ จำเป็นต้องมีสมรรถนะที่เหมาะสม อย่างน้อย ๑๐ สมรรถนะหลัก เช่น ความสามารถในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เนต ทักษะการคิดค้นนวัตกรรม ฯลฯ แต่ละช่วงวัยจึงต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป การปฏิรูปอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ควรมุ่งการพัฒนาคนที่ทันโลกและมีสมรรถนะตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ ภาครัฐต้องปลดล็อกการอาชีวศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมจัดระบบการศึกษาที่ตอบสนองตลาดแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการศึกษา เช่น ครู หลักสูตร โรงเรียน การบริหารจัดการ ฯลฯ ให้มีความสอดคล้องกับการปรับคุณภาพการศึกษา พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกระดับและทุกกลุ่มผู้เรียนสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศ
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า โจทย์สำคัญในการพัฒนากำลังคนเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี การแก้ปัญหาด้านการศึกษาชาติยังขาดความต่อเนื่อง ขาดการสะสมองค์ความรู้ ขาดการสื่อสารกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดอ่อนด้านการศึกษาคือ ปัญหาในโรงเรียน อย่างไรก็ดี หากจะมีแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนากำลังคน สมควรวางกรอบให้ชัดเจน และกำหนดเป้าหมายที่ถูกต้อง โจทย์ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทุกคนต้องมีส่วนร่วมและเปิดช่องให้สามารถประยุกต์ พัฒนา และต่อยอดแนวคิดได้



คุณหญิงกษมา วรวรรณ กล่าวต่อว่า กระแสสังคมมีส่วนสำคัญในการผลักดันการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะช่วงปฐมวัย ครอบครัวแหว่งกลางคือปัญหาใหญ่ในอนาคต เพราะมีแต่เด็กอยู่กับผู้สูงวัยแต่ขาดพ่อแม่ผู้ปกครองคอยดูแลพูดคุย ช่วงวัยเรียนมีความซับซ้อน จึงต้องอาศัยผู้รู้คอยชี้แนะส่งเสริมการเรียนรู้ที่ถูกต้อง และควรมีกลไกและเฝ้าระวังเพื่อเข้าถึงเด็กในวัยเรียนที่ตกหล่น ออกกลางคัน หรือมีความต้องการพิเศษ เพื่อสนับสนุนระบบโรงเรียนหรือผลักดันให้มีการจัดการศึกษาทางเลือก เสริมประสบการณ์ชีวิตให้นักเรียนนอกโรงเรียนและในชุมชน เป็นการรวมพลังเพื่อพัฒนาเด็กในวัยเรียนและพัฒนาวัยรุ่น ซึ่งระบบ กศน. มีศักยภาพรองรับการส่งเสริมการเรียนรู้รูปแบบนี้ได้ และเชื่อมั่นว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี สามารถขับเคลื่อนประเทศได้เป็นอย่างดี












ทั้งนี้ ยังมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น "กรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย" แยกเป็น ๔ ช่วงวัย ๑) ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย ๒) ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ๓) ช่วงวัยทำงาน และ ๔) ช่วงวัยผู้สูงอายุ โดย สกศ. จะได้เร่งสรุปข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์เพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย และข้อเสนอเชิงนโยบายและตามลำดับ




ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่นี้


