กอปศ. นัด ๑๘/๒๕๖๒ ฟื้นบทบาทศึกษานิเทศก์ แจงแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

image

วันนี้ (๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๒ โดยมี ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้อง สิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา กล่าวว่า การประชุมกอปศ. ครั้งที่ ๑๘ นี้ กล่าวถึงเรื่องสำคัญ ๒ เรื่อง คือ ศึกษานิเทศก์ และการประเมินประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่ง รศ. ทิศนา แขมมณี จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องศึกษานิเทศก์ และ รศ. นพ. จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินประกันคุณภาพการศึกษา 


รศ.ทิศนา แขมมณี กล่าวว่า ศึกษานิเทศก์เป็นผู้มีความสำคัญเพราะสามารถช่วยเหลือครูและช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา เมื่อ ๓๐ ปีก่อนมีโรงเรียนศึกษานิเทศก์ที่เข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือ ให้คำแนะนำครู ผู้บริหาร แต่ต่อเมื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาปี ๒๕๔๒ ศึกษานิเทศก์ไม่มีโอกาสทำหน้าที่เหมือนสมัยก่อน จึงทำให้คุณภาพครูลดลง เพราะไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จึงมีแนวคิดให้ศึกษานิเทศก์กลับมาช่วยยกระดับการศึกษาอีกครั้ง โดยมีแนวคิดจัดสรรศึกษานิเทศก์ให้เพียงพอ รวมถึงคัดเลือกคนดีคนเก่ง คนที่เคยเป็นครูมาเป็นศึกษานิเทศก์ เพราะจะเข้าใจลักษณะงานและสมรรถนะที่จำเป็น หลักสูตรต่อไปจะเน้นสมรรถนะ ศึกษานิเทศก์ต้องได้รับการอบรมพัฒนาให้ความความรู้เหล่านี้เพื่อสามารถช่วยเหลือครูได้อย่างเต็มที่ ขณะนี้จึงมีการยกร่างสมรรถนะศึกษานิเทศก์ ประกอบด้วยสมรรถนะ ๔ ด้านหลัก คือ ๑. ผู้นำการเรียนรู้ ๒. ผู้นำ การคิดและปฏิบัติตน ๓. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมายที่ท้าทาย และ ๔. ผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ โดยมีสมรรถนะย่อยในแต่ละด้านรวม ๑๕ สมรรถนะ เพื่อพัฒนาสมรรถนะของศึกษานิเทศก์ 
รศ. นพ. จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ กล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่เดิมจะเน้นการประกันคุณภาพเป็นสำคัญ สำหรับการปฏิรูปการศึกษารอบนี้จะเปลี่ยนตั้งแต่วิธีคิดที่ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพ กอปศ. จึงนำแนวคิดทั้งหมด องค์ประกอบในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ มาทบทวนอีกครั้ง หัวใจสำคัญ คือ คุณภาพ แต่เดิมจะเน้นทำให้ได้ตามมาตรฐาน แต่ปัจจุบันนอกจากคำนึงถึงมาตรฐานแล้ว ต้องเชื่อมโยงถึงการตอบสนองความต้องการเรียนรู้ ความถนัด ความเชี่ยวชาญของผู้เรียน รวมถึงบริบทของพื้นที่อีกด้วย คุณภาพจึงสามารถพิจารณาได้จากทั้งคุณภาพผู้เรียนและระบบในการจัดการศึกษา แนวทางการพัฒนาในอนาคตจะต้องเปิดกว้างกว่าเดิม หลากหลาย เหมาะกับระดับ ประเภท ระบบ ลักษณะของสถานศึกษาแต่ละประเภท ซึ่งหน่วยงานเชิงนโยบายต้องทบทวนและกำหนดแนวทางให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น


การจะทำให้เกิดคุณภาพต้องเริ่มต้นตั้งแต่สถานศึกษาหรือโรงเรียน สมัยก่อนเรียกว่า ประกันคุณภาพภายใน แต่แนวคิดใหม่จะไม่แยกการประกันภายใน ภายนอก แต่การประกันคุณภาพจะเป็นบทบาทของสถานศึกษาเองที่จะต้องนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาทบทวนเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการศึกษาในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนด สำหรับการประเมินคุณภาพ เดิมเรียกประกันภายนอก ส่วนกลางจะมีกลไกในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติเป็นครั้งคราว มี ๒ ส่วนสำคัญ คือ คุณภาพที่มาจากตัวผู้เรียนโดยมีการทดสอบทางการศึกษา ซึ่งสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เป็นผู้ดูแล และอีกส่วนสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เป็นผู้ดูแล แนวคิดใหม่จะมีการปรับวิธีการประเมินเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทั้งสองส่วนต้องมีการวิเคราะห์และป้อนกลับไปสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อช่วยกันยกระดับคุณภาพสถานศึกษาแต่ละแห่ง ข้อมูล ยังต้องได้รับการประมวลระดับชาติและป้อนกลับเพื่อเป็นข้อมูลที่ใช้วางแผนการศึกษาแห่งชาติ ใช้จัดสรรร ทรัพยากรต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศึกษา แต่หัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ วัฒนธรรมคุณภาพ คือเรื่องของจิตวิญญาณความเป็นครู น้ำใจ การคิดถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด