อนุอาชีวะนัด ๑๔/๒๕๖๒ เชิญเลขาอาชีวะคนใหม่ร่วมวงเสวนา ฟังแนวทางการปฏิรูปอาชีวะที่ต้องสานต่อ

image

 

วันนี้ (๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๒ โดยมี ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา และ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพจน์ สะเพียรชัย อาคาร ๒ ชั้น ๕ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) 

 

 

ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษามาร่วมพิจารณาแนวทางการสร้างความร่วมมือในการปฏิรูปการอาชีวศึกษา โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน ทิศทางการปฏิรูปอาชีวะให้เกิดผลสำเร็จและเป็นจริง ซึ่งมีเป้าหมายหลัก ๒ ข้อ ได้แก่ ๑. พัฒนากำลังคนที่มีความรู้และทักษะในทางปฏิบัติเพื่อรองรับความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ๒. ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศโดยยกระดับแรงงานไร้ฝีมือเข้าสู่อาชีวศึกษา และเป้าหมายปฏิบัติการ ๓ ข้อ ประกอบด้วย ๑.เพิ่มจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนและประเทศ และผู้จบอาชีวศึกษามีงานทำ ๒.ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ เก่งปฏิบัติ มีสมรรถนะเป็นที่ยอมรับหรือผ่านการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และฝึกงานในสถานประกอบการ และ ๓.ผู้เรียนมีความสามารถที่จะเป็นผู้ประกอบการได้เอง และนำเสนอข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย ๙ ข้อ ได้แก่ ๑.เพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้จบการศึกษาสายอาชีพ โดยปรับฐานเงินเดือนแรกบรรจุของบุคลากรภาครัฐ เพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้ผู้จบการศึกษาสายอาชีพ ๒.ให้เรียนฟรี โดยขอความร่วมมือภาคเอกชนร่วมให้ทุนการศึกษาหรือเพิ่มวงเงินการกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับผู้เรียนอาชีวศึกษาตามค่าใช้จ่ายจริง และให้ทุนการศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของประเทศ ๓.เพิ่มการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีหรือการฝึกงานและระบบอื่นๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ ๔.จัดตั้ง Training Center และ Mobile Training Center เพื่อเป็นศูนย์ฝึกปฏิบัติ ๕.สนับสนุนให้สถานศึกษา นักศึกษาหารายได้ด้วยตนเอง ปลูกฝังและสร้างทักษะพื้นฐานในการเป็นผู้ประกอบการ ๖.ส่งเสริมความก้าวหน้าและสิทธิประโยชน์ของครูอาชีวศึกษา ๗.ปรับหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนให้หลากหลายและยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ๘.จูงใจผู้เรียนโดยใช้กลไกกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ ๙.ส่งเสริมการจัดอาชีวศึกษานอกระบบ สำหรับกลุ่มแรงงานและกลุ่มคนพิการ และมีแนวคิดว่า รัฐควรส่งเสริมอาชีวะเอกชนให้มีความแข็งแรง ไม่มองโรงเรียนอาชีวะเอกชนเป็นคู่แข่ง โดยขอให้ สอศ. นำข้อมูลและข้อเสนอต่างๆ ไปพิจารณา เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอาชีวศึกษาสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง 

 

 

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า ข้อมูลและข้อเสนอดังกล่าว ทำให้เห็นทิศทางการปฏิรูปอาชีวศึกษาชัดเจนขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และอนาคต เบื้องต้นมีความเห็นสอดคล้องกับคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา การเพิ่มจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษา หากใช้การแนะแนวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กหรือตั้งแต่แรกเกิด เช่น กรณีเด็กอยากเป็นทหาร เนื่องจากพ่อแม่รับราชการทหาร เด็กจึงถูกปลูกฝังว่า เมื่อโตขึ้นมาต้องเป็นทหารเหมือนพ่อแม่ อีกทั้งมองว่าการค้นพบตัวตนของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นอาชีวศึกษาจำเป็นต้องสร้างสะพานทอดลงไปสู่การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีในการเรียนอาชีวะให้กับเด็ก และให้เด็กได้ค้นพบตัวตนว่าชอบเรียนอาชีวะหรือไม่

 

 

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษาได้เชิญสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลการพัฒนาเด็กไทยในระดับการศึกษาอาชีวศึกษาให้เป็นนักสร้างนวัตกรรม โดยมี 

นางสาวศดานันท์ ล้อเพ็ญภพ นักส่งเสริมงานนวัตกรรมกลุ่มเยาวชน โปรแกรมการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมในกลุ่มเยาวชน ตัวแทนจากสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ STEAM 4 INNOVATOR ซึ่งเป็นโครงการสร้างเยาวชนเพื่อเป็นนวัตกร ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอุดมศึกษา และในปีนี้จะเริ่มโครงการในระดับอาชีวศึกษา คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา มองว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่น่าสนใจ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมใน เรื่อง การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในเขตพื้นที่ห่างไกล จึงต้องการให้ขยายโครงการดังกล่าวไปสู่พื้นที่ห่างไกล การให้ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ และควรมีแนวทางการปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ให้เยาวชนไทย

 

 

ในส่วนของการจัดทำรายงานพันธกิจการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณารายงานดังกล่าว โดยข้อมูลส่วนหนึ่งได้ถูกนำไปบรรจุไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่ผ่านการพิจารณาของ ครม. แล้ว โดยรายงานพันธกิจการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษา แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๖ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ สภาพปัญหา ความสำคัญ และความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ส่วนที่ ๒ เป้าหมายการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ส่วนที่ ๓ แนวทางการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ส่วนที่ ๔ ผลการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอในการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ส่วนที่ ๕ แนวทางการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอการปฏิรูปการอาชีวศึกษาอย่างเป็นรูปประธรรม และส่วนที่ ๖ ภาคผนวก ซึ่งประกอบไปด้วย เรื่อง มาตรฐานวิชาชีพครูการอาชีวศึกษาข้อเสนอการจัดตั้ง Training Center สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ข้อเสนอแนวทางการสร้างทักษะผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการ และข้อเสนอการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ที่ประชุมมีการเสนอให้เพิ่มเติมข้อมูลการเพิ่มประสิทธิภาพของ สอศ. และอาชีวศึกษาเอกชน ฯลฯ เพื่อให้ครอบคลุมแนวทางการปฏิรูปอาชีวศึกษาในทุกด้าน

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด