กอปศ. หารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตาม พ.ร.ก. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....
วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ รองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๒ โดยมี ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)


รองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ กอปศ. ได้พิจารณาเรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามหลักการในร่างพระราชกำหนดการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่ง พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพและพัฒนาการศึกษาแบบต่อเนื่อง การประเมินจึงเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กอปศ.จึงได้เชิญสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. มาให้ข้อมูล ความคืบหน้าการดำเนินงาน และการบูรณาการงานร่วมกันระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ว่ามีการดำเนินงานสอดคล้องกับ พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... มากน้อยเพียงใด เพื่อหาแนวทางปรับปรุงการประเมินให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


















ทั้งนี้ กอปศ. มีข้อเสนอแนะสำหรับการประเมินคุณภาพว่า จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่สถานศึกษา โดยเฉพาะการลดภาระในการทำเอกสาร มีความยืดหยุ่น ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด โดยสถานศึกษาแต่ละแห่งจะต้องใช้มาตรฐานการศึกษาของชาติ ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นผู้จัดทำ เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำมาตรฐานการศึกษาของตนเอง การประเมินคุณภาพต้องประเมินทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อมและไม่พร้อม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปสู่การพัฒนา จุดเน้นในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ไม่ได้ประเมินเพื่อตัดสิน และที่สำคัญเมื่อผลประเมินออกมาแล้ว โรงเรียนหรือสถานศึกษาจะต้องทำแผนพัฒนาตนเอง แล้วเสนอไปยังเขตพื้นที่ต้นสังกัดของตนเอง เพื่อการจัดสรรทรัพยากรในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นไปตามแผนพัฒนาที่ได้วางไว้













ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า มาตรฐานการศึกษาของชาติ ฉบับใหม่ที่ สกศ. จัดทำขึ้นมาเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย ๑.ผู้เรียนรู้ ๒.ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม ๓.พลเมืองที่เข้มแข็ง ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาจะจัดทำมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ และสถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถกำหนดแนวทางการประเมินตนเองได้ แต่ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติและมาตรฐานการศึกษาของต้นสังกัด ปัญหาที่พบประการหนึ่ง คือ ผู้ประเมินภายนอกส่วนหนึ่งยังขาดความเข้าใจหรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสถานศึกษาที่ไปประเมินซึ่งมีบริบทแตกต่างกัน อีกทั้งการประเมินของผู้ประเมินยังมีความเข้มข้นต่างกัน บางครั้งเข้มข้นไป บางครั้งผ่อนผันไป ปัจจุบันจึงมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้ประเมินเป็นระยะ เพื่อให้แนวทางการประเมินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน




