สกศ. เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ ภาคเหนือ

image

 
            วันนี้ (๔ เมษายน ๒๕๖๒) ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการสัมมนาวิชาการและบรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรฐานการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพคนไทย ๔.๐” หลังจากนั้น นำเสวนาเรื่อง  “การนำมาตรฐานการศึกษาของชาติและการประกันคุณภาพการศึกษาสู่การปฏิบัติ : การดำเนินงานระดับชาติ” โดยมี ดร. สุภัทร  จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ  ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. นายบรรยงค์  วงศ์สกุล  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์  นางสาวขนิษฐา  ตั้งวรสิทธิชัย  รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. เป็นวิทยากร  ณ ห้องประชุมกินรี  โรงแรมลักษวรรณ  จังหวัดเชียงราย มีผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานจัดการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ฯลฯ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กว่า ๒๔๐ คน
 
 

 

            ดร. สุภัทร  จำปาทอง  เลขาธิการสภาการศึกษา  กล่าวโดยสรุปว่า  มาตรฐานการศึกษามีหลายด้าน หลายประเด็นตามแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่ได้กำหนด  ซึ่งมีมาตรฐานการศึกษาของชาติเป็นร่มใหญ่ มาตรฐานในแต่ละระดับต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างความมุ่งหมาย ผลลัพธ์ที่อยากเห็น สมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียนร่วมกัน มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ นี้ แตกต่างจากมาตรฐานเดิมที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ จุดเน้นของมาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับนี้เน้นที่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาที่ผู้เรียนจะได้ในแต่ละช่วงวัย หัวใจสำคัญ คือ ให้อิสระสถานศึกษาในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา พื้นที่และความถนัดของผู้เรียน โรงเรียนสามารถกำหนดตัวชี้วัด วิธีการทำงานของตนได้เอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
 
            ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยยังติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ปัจจัยหนึ่งคือ ไทยยังติดกับดักความรู้ ตราบใดที่ยังไม่สามารถสร้างความรู้ สิ่งประดิษฐ์ได้ โอกาสที่จะก้าวข้ามได้ยังเป็นเรื่องที่ยาก  ตัวอย่างประเทศที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี ก้าวข้ามสู่ประเทศพัฒนาแล้ว  เช่น ประเทศเกาหลี ในทศวรรษที่ ๔๐ ประเทศเกาหลี ยังนำเข้าเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น แต่เพราะประเทศเกาหลีไม่หยุดพัฒนาและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน สินค้าจากเกาหลีกลายเป็นสินค้าเกรด A  เช่น ซัมซุง รถยนต์ฮุนได เป็นต้น ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการจะหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไทยต้องมีสิ่งประดิษฐ์  สามารถคิดสร้างนวัตกรรม และต่อยอด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่มุ่งให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้  ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม  และพลเมืองที่เข้มแข็ง มีทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น สามารถคิดวิเคราะห์  แก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม  เรียนรู้ด้วยตนเองและเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะทางภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)  ทักษะชีวิต  สำหรับเรื่องการประเมิน ปัจจุบันให้สถานศึกษาเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ความยาวไม่เกิน ๓ หน้า โดยสะท้อนให้เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดได้มากน้อยเพียงใด สิ่งที่ประสบความสำเร็จ และสิ่งใดที่ควรปรับเปลี่ยน ทำแล้วไม่ส่งผลเท่าที่ควร เป็นต้น
 
            นอกจากนี้ ปัจจุบัน โอกาสของเด็กเยาวชนมีทางเลือกมากขึ้น เด็กอายุ ๑๘ ปัจจุบัน บางคนก็เลือกที่จะไปประกอบอาชีพก่อน แล้วจึงกลับมาเรียนอีกครั้ง ปริญญาอาจไม่ใช่เรื่องแรก ๆ ที่คำนึงถึงเช่นในอดีต ทั้งแนวคิดของเด็กเยาวชนปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป เขาจะมีความคาดหวังและสอบถามกับครูก่อนว่าถ้าเขาไปเรียนแล้ว เขาจะมีสมรรถนะใดเพิ่มขึ้น ดังนั้น การจัดการศึกษาจึงต้องสร้างโอกาส และปรับให้ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนเพิ่มขึ้น
 
 

            ดร. ประวีณา อัสโย ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานการศึกษา กล่าวรายงานความเป็นมาของการจัดสัมมนาว่า มาตรฐานการศึกษาของชาติ ถือเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์ของคนไทย เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นกรอบสำหรับการสร้างคนไทย 4.0 ที่แตกต่างตามบริบทของท้องถิ่นและสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2565 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ซึ่งมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561

 
            จุดมุ่งหมายของมาตรฐานการศึกษาของชาติเป็นไปเพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา 3 ด้าน ได้แก่ ผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และพลเมืองที่เข้มแข็ง และให้หน่วยงานต้นสังกัดใช้เป็นเป้าหมายในการจัดการศึกษา โดยกำหนดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของผู้เรียนที่เหมาะสมตามช่วงวัยในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา ด้วยการให้อิสระกับสถานศึกษาในการจัดการศึกษาและจัดทำมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ขึ้นกับผู้เรียนทั้งในระหว่างที่กำลังศึกษา และหลังจากสำเร็จการศึกษา  ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเข้าใจอย่างชัดเจน ถูกต้อง สามารถแปลงกรอบผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องเชื่อมโยงและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สกศ. จึงได้จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง มาตรฐานการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพคนไทย 4.0 ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจ ในการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษา สู่การปฏิบัติในสถานศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา  รวมทั้งแนวปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ซึ่ง สกศ. ได้เริ่มขับเคลื่อนจัดสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจแล้วในแต่ละภูมิภาค การจัดสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๔ หลังจากที่จัดแล้วที่ชลบุรี  กรุงเทพมหานคร และอุบลราชธานี หลังจากนี้ จะจัดอีก ๒ ครั้งที่ จังหวัดอุดรธานี และสุราษฎร์ธานี 
 

 

            สำหรับในภาคบ่ายมีการอภิปรายกลุ่มย่อย หัวข้อ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ : การดำเนินงานในสถานศึกษา” โดย แบ่งเป็น ๒ ห้อง คือ  กลุ่ม 1  การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาปฐมวัย โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ดร.ไพรวัลย์ พิทักษ์สาลี ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา ดร.มธุรส ประภาจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ นางณัฐภรณ์ ท้าวแพทย์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ดร.สุธีรัตน์ อริเดช  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยดอย จังหวัดเชียงราย เป็นวิทยากร  กลุ่ม ๒ การอาชีวศึกษา โดยมี นายวิทยา ใจวิถี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือ และนายบรรยงค์ วงศ์สกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ เป็นวิทยากร

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด