กอปศ. เตรียมแลนดิ้ง รวมผลงานปฏิรูปการศึกษาตลอด ๒ ปี ชี้! ปฏิรูปฯ

วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๒ โดยมี ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)























ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ กอปศ. ได้พิจารณาการรวบรวมผลงานที่ กอปศ. ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา ๒ ปี เช่น ๑) พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒) ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ๓) ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฯลฯ รวมถึงความคิดเห็นของประชาชน ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ศึกษาและเก็บรวมรวมข้อมูล ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีมากกว่าที่ปรากฏออกมาเป็นเอกสาร ในส่วนของ Commission report คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ในวันนี้ที่ประชุมพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่อง บทบาทของโรงเรียนเอกชน ที่จะต้องมีบทบาทร่วมกันระหว่างโรงเรียนเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาครัฐ ในการจัดการศึกษา โดยอาจมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่เป็นกฎหมายในแง่ของการควบคุมมากกว่าการส่งเสริม กอปศ. มองว่าภาคเอกชนมีความคล่องตัวมากกว่าภาครัฐในการปรับรูปแบบการเรียนการสอน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษาเอกชน มีการปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้เร็วกว่าและดีกว่า มีค่าใช้จ่ายรายหัวที่ต่ำกว่าภาครัฐ จึงควรเพิ่มบทบาทให้กับภาคเอกชนมากขึ้น เพราะภาคเอกชนมีส่วนในการแบ่งเบาภาระของรัฐ










ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ภาคเอกชนมีส่วนแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของประเทศ ตั้งแต่การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา เมื่อเทียบสัดส่วนการจัดการศึกษาของภาครัฐกับภาคเอกชนแล้ว ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเอกชนมีสัดส่วนการจัดการศึกษาน้อยกว่าภาครัฐอย่างเห็นได้ชัด สภาพปัญหาที่พบ คือ ภาครัฐไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาของภาคเอกชนเท่าที่ควร ขณะที่ภาคเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ กอปศ. จึงมีความเห็นว่า หากต้องการให้ภาคเอกชนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาให้สูงขึ้น ควรมีการกำหนดบทบาทของภาคเอกชนในการมีส่วนร่วม หรือการเป็นพาทเนอร์ โดยไม่มุ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจ อีกทั้งภาครัฐจำเป็นต้องให้การสนับสนุนภาคเอกชนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาครู และอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กอปศ. ได้กำหนดบทบาทของภาคเอกชนใน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และ Commission report เพื่อเป็นการเพิ่มบทบาทและให้ความสำคัญกับภาคเอกชนในการจัดการศึกษา




ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่นี้


