กอปศ. พร้อมด้วย สกศ. ส่งมอบแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา



วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พร้อมด้วย ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายทศพร ศิริสัมพันธ์เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อส่งมอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่ได้ปรับปรุงแล้วตามมติคณะกรรมการยุทธศาตร์ชาติเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๒ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ ตลอดจนได้รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ หลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย หลักสูตรฐานสมรรถนะ การพลิกโฉมการศึกษาด้วยดิจิทัล การปฏิรูปอาชีวศึกษา และการปฏิรูปอุดมศึกษา ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล



รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ กําหนดให้ดําเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยในด้านต่างๆ ให้เกิดผลตามที่กําหนดไว้ ประกอบด้วย ก. ด้านการเมือง ข. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ค. ด้านกฎหมาย ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม จ. ด้านการศึกษา ฉ. ด้านเศรษฐกิจ และ ช. ด้านอื่น ๆ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ จํานวน ๑๑ คณะ ประกอบด้วย ๑. คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ๒.คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปเพิ่มเติมอีก ๒ ด้าน คือ ๑) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตํารวจ) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ และ ๒) คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมีศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐














คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้จัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ทั้งจากการศึกษา ค้นคว้า การลงพื้นที่เก็บข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และภาคส่วนต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และได้นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ จนเกิดเป็นร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็น ๑ ในแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ + ๒ ด้านตามที่กล่าวมาข้างต้น ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประกอบด้วย ๗ เรื่องสำคัญ คือ ๑) การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง ๒) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ๓) การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๔) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ๕) การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ๖) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา และ ๗) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform)





การส่งมอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่บรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ก่อนจะครบกำหนดและหมดวาระในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ที่ใกล้จะถึงนี้

