กอปศ. พิจารณา Digital Transformation กับการปฏิรูปการศึกษา


วันนี้ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ โดยมี รศ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)



















ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ กอปศ. ได้พิจารณา เรื่อง การเปลี่ยนผ่านด้วยดิจิทัล เห็นชัดว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ยาก และโอกาสที่จะสำเร็จได้ คือ การนำกลไกทางดิจิทัลเข้ามาช่วย ซึ่งบริษัท McKinsey & Company ได้ทำการศึกษาและจัดทำเป็นข้อเสนอว่าประเทศไทยควรนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการปฏิรูปการศึกษาอย่างไร เช่น การใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มกระจายความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น การปรับการเรียนการสอนและหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งข้อเสนอของบริษัท McKinsey & Company ตรงกับแนวคิดของ กอปศ. การจัดลำดับการพัฒนาทางการศึกษาของบริษัท McKinsey & Company แบ่งเป็น ๕ ระดับ คือ poor fair good great และ excellent ประเทศไทยมีผลการศึกษาอยู่ในระดับ poor เป็นระดับต่ำสุดที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาไปสู่ระดับ fair เนื่องจากข้อจำกัดหลายด้านของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศค่อนข้างใหญ่ มีนักเรียนจำนวนมาก และมีความต้องการที่หลากหลายตามบริบทของพื้นที่ เพราะฉะนั้นจะต้องแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมให้ได้





นอกจากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่กำหนดไว้ ๗ เรื่อง คือ ๑) การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง ๒) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ๓) การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๔) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ๕) การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ๖) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา และ ๗) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) แล้ว กอปศ. เห็นว่าควรมีการจัดทำโรดแมปต่างๆ เพิ่มเติม เช่น โรดแมปการศึกษาตลอดชีวิต เพราะการศึกษาตลอดชีวิตเป็นการศึกษาที่มีอยู่ทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นการศึกษาที่อยู่ในทุกๆ ด้าน ต้องมีการเตรียมพร้อมสมรรถนะทางดิจิทัล โรดแมประบบข้อมูลของโรงเรียน นักเรียน ครู และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต้องครบถ้วน โปร่งใส เพื่อรองรับการทำงานของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ โรดแมปสมรรถนะในศตวรรษที่ ๒๑ และโรดแมปการผลิตและพัฒนาครู






ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่


