ประชุมนัดแรกปี ๒๕๖๒ คณะกรรมการสภาการศึกษาหนุนจัด Youth Voice Forum ๔ มี.ค. ๖๒

วันนี้ (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา (กกส.) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์) พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ.






การประชุมนัดแรกของปี ๒๕๖๒ กกส. ได้พิจารณาแต่งตั้งอนุ กกส. ด้านการวิจัยการศึกษาเพิ่มเติม จำนวน ๑ รูป ๑ คน ประกอบด้วย ๑) พระสุธีรัตนบัณฑิต (สุทิตย์ อาภากโร) เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒) รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภวัลย์ พลายน้อย ข้าราชการบำนาญ ๓) รองศาสตราจารย์ ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ และ ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสายการศึกษา บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ยังได้หารือแนวทางความร่วมมือการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)/ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) กรณีผู้เรียนไม่มีสัญชาติ ซึ่งยังมีข้อจำกัดที่สร้างความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากผู้เรียนไม่มีหลักฐานบุคคลในระบบทะเบียนราษฎร์ ดังนั้น การจ้างงานบุคคลที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ในสถานประกอบการที่มีกว่า ๕๐,๐๐๐ แห่ง อาจถูกตรวจสอบและมีความผิดพลาดจากการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของทางราชการได้ โดยผู้แทนกระทรวงแรงงานชี้แจงหลักการฝึกงานเบื้องต้นสำหรับผู้เรียนที่ไม่มีสัญชาติยึดตามข้อกฎหมายและเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความอ่อนไหวด้านความมั่นคง ดังนั้น ต้องเร่งให้ความรู้และชี้แจงผู้ประกอบการเห็นถึงประโยชน์ของกลุ่มผู้เรียนไม่มีสัญชาติให้ได้รับโอกาสการปฏิบัติงานการเรียนการสอนตามระบบทวิภาคีอย่างเท่าเทียมกับผู้เรียนปกติอื่น ๆ รองรับการขาดแคลนแรงงานในตำแหน่งสำคัญ






ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบสนับสนุนโครงการ Youth Voice Forum พลเมืองรุ่นใหม่ มีวินัย รักถิ่นฐาน New Generation : We Change World Change ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สกศ. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากหลากหลายกลุ่มได้ร่วมสะท้อนตัวตนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมในศตวรรษที่ ๒๑ ภายใต้แนวคิด "สร้างพลเมืองดี มีวินัย รักถิ่นฐาน" กำหนดจัดในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ.





ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะอนุ กกส. ด้านนโยบายการศึกษาและกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ คณะที่ ๑ การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ โดยได้ดำเนิการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านทั้งจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการลงพื้นที่ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญข้อเสนอระดับนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งในการปฏิบัติและความความต่อเนื่องอย่างน้อย ๓ ปี พัฒนาผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาให้เป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง





คณะที่ ๒ การศึกษาเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ มีความก้าวหน้าการดำเนินงานจัดทำข้อเสนอระดับนโยบาย อาทิ การนำนวัตกรรมการเรียนรู้ STAR STEM มาใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการการจัดการเรียนการสอน จำนวน ๕,๐๘๕ แห่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองดี วินัยเด่น เน้นพหุสังคม รักแผ่นดิน ตลอดจนการวิเคราะห์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยนำข้อมูลมาจัดทำการบริหารจัดการเรียนรู้ (เคเอ็ม) สำหรับท้องถิ่น ใช้เป็นข้อมูลการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับประชาชนในท้องถิ่น และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นได้



ความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะอนุ กกส. ด้านระบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา มีการรับฟังข้อมูลแบะผลการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบทรัพยากรและการเงินฯ จากผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ประเด็นการบริหารจัดการกระบวนการขออนุมัติ การเบิกจ่าย และการใช้จ่ายงบประมาณทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล รวมทั้งศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการอุดมศึกษา เป็นต้น










ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ทาง สกศ. ได้ทำหนังสือแจ้งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ ไปยังหน่วยงานจัดการศึกษา จำนวน ๓๘ หน่วยงาน เพื่อให้สามารถแปลงกรอบผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องเชื่อมโยงและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษานำมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ไปเป็นกรอบในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา การส่งเสริม กำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษา โดย สกศ. ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของชาติเป็นระยะ เพื่อให้สามารถนำผลการประเมินมาปรับปรุง การดำเนินการให้เหมาะสม และเกิดการยกระดับการศึกษาของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้รับทราบรายงานการศึกษาดูงานของ กกส. ประเด็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา ที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๑ มกราคม ๒๕๖๒ ความสอดคล้องระหว่างมาตรฐานการศึกษาของชาติกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และการขับเคลื่อนภารกิจของคณะอนุ กกส. ทั้ง ๑๐ คณะ
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่


