สกศ. ประชุมพิจารณา (ร่าง) รายงานการเทียบเคียง NQF กับ AQRF ของประเทศไทย
วันนี้ (๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) เป็นประธานการประชุมพิจารณา (ร่าง) รายงานการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) กับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ของประเทศไทย โดยมี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) ผู้ทรงคุณวุฒิ (ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพจน์ สะเพียรชัย อาคาร ๒ ชั้น ๕ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)





ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ กล่าวว่า การประชุมพิจารณาร่างฯ ในครั้งนี้ เป็นการนำประเด็นที่ได้จากข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อซักถามจากการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ ๕ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ ๒๗ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เนการาบรูไนดารุสซาลาม ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศนำร่องในการเทียบเคียง NQF กับ AQRF และได้นำเสนอ (ร่าง) รายงานการเทียบเคียงต่อคณะกรรมการ AQRF เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานจัดทำรายงานให้มีความสมบูรณ์ และเมื่อเร็วๆ นี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่าประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งในประเทศสมาชิกของประชาคมอาเซียน ดังนั้น การดำเนินการเทียบเคียง NQF กับ AQRF จึงเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนแนวทางการเคลื่อนย้ายกำลังคนระหว่างอาเซียน และนำสู่ความสอดคล้องเป็นมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล





สำหรับการพิจารณาเกณฑ์การเทียบเคียงที่ประเทศสมาชิกร่วมกันกำหนดมี ๑๑ ตัวชี้วัด ได้แก่ ๑) มีโครงสร้างระบบการศึกษาและฝึกอบรม ๒) มีการกำหนดความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณวุฒิทั้งหมดในประเทศ ๓) มีการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงคุณวุฒิทั้งหมดในประเทศกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ๔) มีการเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ๕) มีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและระบบคุณวุฒิ ๖) มีระบบประกันคุณภาพการศึกษาและการฝึกอบรม ๗) มีการให้การรับรองกระบวนการเทียบเคียงจากคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ๘) มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานการเทียบเคียง ๙) มีการจัดทำรายงานเทียบเคียงของประเทศโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลงานด้านคุณวุฒิ ๑๐) มีการเผยแพร่รายงานการเทียบเคียง และ ๑๑) มีการส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนำกระบวนการเทียบเคียงไปปฏิบัติ











ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือ ให้ข้อเสนอแนะ และนำเสนอข้อมูลของหน่วยงานของตนเพื่อให้ร่างรายงานเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด โดยมีประเด็นในการปรับแก้ไข (ร่าง) รายงานฯ ได้แก่ การอธิบายที่มาและผลลัพธ์ของการปรับระดับ NQF จาก ๙ ระดับ เป็น ๘ การอธิบายความเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ในประเทศกับการเทียบเคียง NQF การเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ การวิเคราะห์การเทียบเคียงระดับคุณวุฒิ การปรับมาตรฐานคุณวุฒิ และการประกันคุณภาพ การอธิบายขั้นตอนและรายละเอียดในการรับรองกระบวนการเทียบเคียง และการเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมและความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทั้งนี้ หากเนื้อหาในเกณฑ์ ๑ – ๘ ผ่านความเห็นชอบแล้ว จะถือว่าเกณฑ์ที่ ๙ – ๑๑ โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ เมื่อร่างรายงานการเทียบเคียงฉบับนี้สมบูรณ์ จะนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ ๖ เพื่อพิจารณา ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

