สกศ. เปิดฉากขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ พื้นที่แรก ชลบุรี
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาวิชาการ “มาตรฐานการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพคนไทย ๔.๐” โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานและบรรยายพิเศษ เรื่อง“มาตรฐานการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพ คนไทย ๔.๐” ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวรายงานและนำเสวนาเรื่อง “มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ สู่การสร้างคนไทย ๔.๐ ธำรงความเป็นไทย แข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมี ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ดร.สมพร ชูทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน และนางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สมศ.ร่วมเสวนาณ โรงแรมเฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชลบุรี
![]() |
![]() |
![]() |
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวโดยสรุปว่า การตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นประเทศไทย ๔.๐ มีจุดเน้นในเรื่องหลัก ๆ ๓ เรื่อง คือ ๑.การพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ๒. การลดความเหลื่อมล้ำ ๓. การพัฒนาสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายได้สิ่งสำคัญ คือเรื่องการศึกษา ซึ่งมาตรฐานการศึกษาของชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ จะเน้นผลลัพธ์ คือ คุณภาพของคนไทยในยุค ๔.๐ถ้าเทียบกับมาตรฐานการศึกษาฉบับเก่าจะพบว่า มาตรฐานฉบับนี้ ไม่ได้กำหนดตัวบ่งชี้มากเท่ามาตรฐานฉบับเก่า มีการจัดทำผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของผู้เรียนที่เหมาะสมกับช่วงวัยในแต่ละระดับและประเภทการศึกษาและให้อิสระกับสถานศึกษาในการกำหนดแนวคิด ปรัชญา และวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษาที่ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและตามความถนัดของผู้เรียน เนื่องจากบริบทการจัดการศึกษาในแต่ละท้องถิ่นต่างกัน สถานศึกษาจึงมีอิสระในการจัดการศึกษามากขึ้น เป็นประโยชน์มากขึ้น มาตรฐานการศึกษาของชาติ เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์ของคนไทย เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นกรอบสำหรับสร้างคนไทย 4.0 ที่แม้แตกต่างตามบริบทของท้องถิ่นและสถานศึกษา แต่มีจุดหมายร่วมคือ “ธำรงความเป็นไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก” มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่ง ยึดเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาให้หน่วยงานต้นสังกัดใช้เป็นเป้าหมายในการจัดการศึกษา โดยมีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา ๓ ประการ คือ ๑. ผู้เรียนรู้ เป็นผู้มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ และมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต และมีสมรรถนะ (competency) มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย มีทักษะชีวิต เพื่อสร้างงานหรือสัมมาอาชีพ บนพื้นฐานของความพอเพียง ความมั่นคงในชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ๒.ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทางปัญญา ทักษะศตวรรษที่ 21 ความฉลาดดิจิทัล คิดสร้างสรรค์ สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ ข้ามวัฒนธรรมและมีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อร่วมสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีหรือสังคม เพิ่มโอกาสและมูลค่าให้กับตนเอง และสังคม และ ๓. พลเมืองที่เข้มแข็งเป็นผู้มีความรักชาติ รักท้องถิ่น รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก มีจิตอาสา มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักการประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและประชาคมโลกอย่างสันติ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่าสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีภารกิจหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานการศึกษาของชาติ ซึ่งมาตรฐานการศึกษาฉบับแรกจัดทำขึ้นในปี ๒๕๔๗ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ทั้งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป้าหมายในการสร้างคนให้มีทักษะที่จำเป็นเปลี่ยนไป จึงต้องจัดทำมาตรฐานการศึกษาของชาติให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง มาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถือเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ของคนไทย เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นกรอบสำหรับการสร้างคนไทย 4.0 ที่แตกต่างตามบริบทของท้องถิ่นและสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับนี้จัดทำขึ้นอย่างสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2565 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 โดยผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษามี 3 ด้าน คือ ผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และพลเมืองที่เข้มแข็ง คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ และให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเข้าใจอย่างชัดเจน ถูกต้อง สามารถแปลงกรอบผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องเชื่อมโยงและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดสัมมนาวิชาการ มาตรฐานการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพคนไทย 4.0 ขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และจะจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร และอีก ๔ พื้นที่ คือ อุบลราชธานี เชียงราย อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างความเข้าใจในการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษา สู่การปฏิบัติในสถานศึกษาทุกสังกัด ทุกระดับ และประเภทการศึกษา รวมทั้งทราบแนวปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติจริงเกี่ยวกับมุมมองและประสบการณ์การดำเนินงานจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน ปัญหาและการแก้ไข เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ รวมทั้งตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อนำผลการประชุมมาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอแนวทางการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติต่อไป
นอกจากมาตรฐานการศึกษาของชาติ จะผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ก็ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นกัน โดยผ่านความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัยมาก เพราะมีผลวิจัยรับรองแล้วว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นถึง ๗ เท่า และปัจจุบันการศึกษาในระดับปฐมวัยของไทยยังมีความความเหลื่อมล้ำ และเด็กมีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์อยู่มาก รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็กปฐมวัยคณะกรรมการพัฒนาเด็กแห่งชาติ (ก.พ.ป.) ซึ่งมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นฝ่ายเลขานุการ ได้ทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นมาตรฐานกลางให้ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการดูแลพัฒนา จัดการศึกษาและการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดที่ดูแลเด็กในเวลากลางวัน ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ หรือ ก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่สามารถนำไปใช้ประเมินการดำเนินงานของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกสังกัด โดยมีมาตรฐานใน ๓ ด้าน คือ ๑. การบริหารจัดการ ๒. กระบวนการดูแล จัดประสบการณ์ เรียนรู้และเล่น และ ๓. คุณภาพของเด็กปฐมวัย
![]() |
ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. กล่าวว่าเมื่อพูดถึงมาตรฐาน มีคำถาม ๓ ข้อ คือ ๑. มาตรฐานคืออะไร ๒. ทำอย่างไรให้ได้ตามมาตรฐาน ๓. รู้ได้อย่างไรว่าได้มาตรฐาน สำหรับมาตรฐานการศึกษาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๓ ข้อ คือ ๑. คุณภาพของผู้เรียน แบ่งด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ และด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๒. กระบวนการบริหารและการจัดการ ๓. กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดให้ได้มาตรฐานต้องพิจารณาสถานศึกษาต้องพิจารณาทั้งมาตรฐานของการศึกษาขั้นพื้นฐานและสอดคล้องกับมาตรฐานของชาติ สำหรับหน่วยงานต้นสังกัดก็มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนสถานศึกษาในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดคุณภาพ สำหรับจะทราบได้อย่างไรว่าได้มาตรฐาน ต้องพิจารณาจากการประเมินภายใน การประเมินตนเอง การประเมินในห้องเรียนเและประเมินภายนอก โดยทุกฝ่ายต้องทำให้เกิดความเชื่อมโยงทั้งมาตรฐานชาติของชาติ หลักสูตร แผนงาน การประเมินผล
![]() |
ดร.สมพร ชูทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน กล่าวโดยสรุปว่า ปัจจุบันอาชีวศึกษามีมาตรฐานการอาชีวศึกษา มี ๓ ข้อ คือ ๑. คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ด้านความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๒. การจัดการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการบริหารจัดการ ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และ ๓. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วยด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานของอาชีวศึกษาสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ รวมถึงมีเกณฑ์ด้านคุณภาพและปริมาณ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผนพัฒนา มีการจัดการศึกษาหลายรูปเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนอีกด้วย
![]() |
นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวถึงการประเมินคุณภาพภายนอกว่า การประเมินคุณภาพการศึกษา จะใช้ตามมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาจะจัดทำรายงานประเมินตนเองส่งให้ต้นสังกัด ต้นสังกัดจะวิเคราะห์ประเด็นตามบริบทของสถานศึกษา แล้วส่งให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา องค์กรมหาชน (สมศ.)จะดำเนินการประเมินผลการประกันคุณภาพของสถานศึกษา ซึ่งปัจจุบันจะมีทั้งแบบเข้าไปประเมินที่โรงเรียนและไม่เข้าไปประเมิน การประเมินจะใช้วิธีการเก็บข้อมูล มีการสังเกต สัมภาษณ์ ตรวจสอบ และเสริมจุดเด่น แก้ไขจุดที่ควรพัฒนา ขจัยภัยคุกคาม โดยพิจารณาว่าสิ่งที่ดำเนินการเป็นไปตามที่สถานศึกษาจัดทำแผนไว้รวมถึงสอดคล้องกับมาตรฐานศึกษาชาติหรือไม่ การประเมินเป็นการสอบทาน ไม่ได้จับผิด แต่เป็นการเติมเต็มต่อยอดเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน
ในช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มย่อยในหัวข้อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ : การดำเนินงานในสถานศึกษา โดยแบ่งเป็นการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดาวน์โหลดเอกสาร
- การประกันคุณภาพการศึกษา สู่การปฏิบัติ: การดำเนินงานระดับชาติ แนวทางการประเมินคุณภาพการศึกษา
นำเสนอโดย : รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. (น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย)
- การประกันคุณภาพการศึกษา สู่การปฏิบัติ: การดำเนินงานระดับชาติ แนวทางการประเมินคุณภาพการศึกษา
นำเสนอโดย : รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. (น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย)

















































