เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง กลไกและระบบการบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรทางการศึกษา และบรรยายพิเศษ เรื่อง การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กล่าวรายงานโดยนางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น โดยมี ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๒๐๐ คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา สมาคม มูลนิธิ องค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และสื่อมวลชน
 |
 |
ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยพบกับวิกฤตทางการศึกษา ซึ่งมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า คุณภาพการศึกษาต่ำ ไม่ได้มาตรฐานสากล มีความเหลื่อมล้ำสูง ติดกับดักความยากจน ด้อยประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่สามารถแข่งขันได้ ประกอบกับสภาพปัญหาปัจจุบันของกระทรวงศึกษาธิการ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี และผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง โครงสร้างองค์กรหลักมีการแบ่งองค์กรออกเป็น ๕ องค์กร โดยมีผู้บริหารระดับซี ๑๑ เท่ากัน จึงทำให้การบริหารจัดการไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการกระจายอำนาจไปไม่ถึงโรงเรียน ระบบหน้าที่การทำงานยังดึงครูออกนอกห้องเรียน ครูจึงทำหน้าที่สอนได้ไม่เต็มที่ รวมถึงปัญหาการทำเอกสารเลื่อนวิทยฐานะ จากข้อมูลการสอนของครูเฉลี่ยแล้วใน ๑ ปี ครูทำงาน ๒๐๐ วัน ใน ๒๐๐ วันครูใช้เวลานอกห้องเรียนเพื่อทำงานด้านเอกสาร ประชุม ฯลฯ ประมาณ ๘๔ วัน ทำให้ครูเหลือเวลาทำหน้าที่สอนและอยู่กับนักเรียนเพียงแค่ ๑๑๖วันต่อปีเท่านั้น
 |
การประชุมครั้งนี้มีประเด็นรับฟังความคิดเห็น ๕ ประเด็น คือ ๑. องค์กรหรือหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาควรเป็นหน่วยใด เพราะอะไร ๒. แผนและการจัดสรรอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาและระดับชาติควรเป็นอย่างไร ๓. การสรรหา บรรจุแต่งตั้ง ควรจะดำเนินการอย่างไร จึงจะเป็นไปตามความต้องการของสถานศึกษาและมีธรรมาภิบาล ๔. การประเมินครูและผู้บริหารสถานศึกษามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร (มาตรการการให้คุณให้โทษ) และ ๕. กลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา