สกศ. ชี้บริบทโลกเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เร่งขับเคลื่อนมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ยุคการศึกษา ๔.๐
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๖๒) ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็น เรื่อง รายงานประสิทธิผลของแหล่งเรียนรู้ : การเผยแพร่และการนำมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถาบันการศึกษา คณะนักวิจัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑๒๐ คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสัมมนา
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙
วางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศในการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยทุกช่วงวัยให้เต็มตามศักยภาพ สามารถแสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ ๒๑
และกำหนดเป้าหมายสำคัญ ๕ ประการครอบคลุมการเรียนรู้และการบริหารจัดการการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย ๑.การเข้าถึงการศึกษา ๒.ความเท่าเทียม ๓.คุณภาพ ๔.ประสิทธิภาพ และ ๕.ตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งปรากฏมุมมองแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.สุภัทร จำปาทอง กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ การบริหารจัดการแหล่ง
การเรียนรู้ใหม่ ๆ ต้องมีความยืดหยุ่นตามความเปลี่ยนแปลง ต้องให้ความสำคัญด้านการบริหาร และงบประมาณ ในการดำเนินการ เพราะความสนใจของผู้เข้าแหล่งเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ต้องเพิ่มแนวคิดและสิ่งจูงใจดึงดูดผู้สนใจเข้ามาใช้ประโยชน์แหล่งเรียนรู้ ตลอดจนเร่งพัฒนาปรับปรุงแหล่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นอกจากนี้ ยังต้องเร่งสร้างเครือข่ายแหล่งเรียนรู้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกัน เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพ (TCDC Bangkok) ซึ่งเคยมีการสำรวจและรวบรวมแหล่งเรียนรู้ไว้แล้ว ประมาณ ๓๐๐ แห่ง สำหรับการประชุมสัมมนาประสิทธิผลของแหล่งเรียนรู้ : การเผยแพร่และการนำมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้สู่การปฏิบัติครั้งนี้ สกศ. หวังให้เป็นการเพิ่มช่องทอง และปริมาณผู้สนใจเข้าไปใช้ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้ของเด็กเยาวชนได้อย่างหลากหลายต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์ ดร.สุวิมล ว่องวาณิช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แนวทางการศึกษาวิจัยต้องการตอบโจทย์และพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ได้จำแนกออกเป็น ๘ ประเภท ๑.ห้องสมุดประชาชน ๒.พิพิธภัณฑ์ ๓.หอศิลป์ ๔.สวนสาธารณะ ๕.สวนสัตว์ ๖.สวนพฤกษศาสตร์ ๗.อุทยานสิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ๘.ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทั้งนี้ สกศ. พบว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีส่งผลให้การเรียนรู้ของโลกเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก แหล่งการเรียนรู้ปัจจุบันเป็นแบบเปิดมากขึ้น ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จำเป็นต้องสำรวจข้อมูลเพื่อชี้สภาพของแหล่งเรียนรู้ และประสิทธิผลของแหล่งการเรียนรู้ โดยครอบคลุมแหล่งการเรียนรู้และแหล่งการศึกษารูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้เดิม ๘ ประเภท ซึ่งพบมีแหล่งการเรียนรู้ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นกับบริบทการเรียนรู้ปัจจุบัน อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน/ภูมิปัญญา ศาสนสถาน โบราณสถาน Google และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับแนวทางปฏิบัตินั้น สกศ. ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเร่งขับเคลื่อนมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล โดย สกศ. ใช้มาตรฐานกลางดังกล่าวเป็นแนวทางในการกำกับ ติดตาม และการส่งเสริมให้การจัดการแหล่งการเรียนรู้ได้มาตรฐาน
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่





















































