กอปศ. รับฟังโครงสร้าง ศธ. เพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน

image

 

วันอังคารที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน” และบรรยายพิเศษ เรื่อง “ปัญหาการจัดการศึกษาภายใต้โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน” โดยมี ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร การระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๒๕๐ คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา สมาคม มูลนิธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อ และผู้ที่เกี่ยวข้อง

           

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวในการบรรยายพิเศษว่า กอปศ. ตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้แก้ไขปรับปรุงปัญหาของประเทศไทย โดยการปฏิรูปการศึกษา  ปัญหาการศึกษาไทยแบ่งเป็น ๔ ด้าน คือ ๑.คุณภาพการศึกษาต่ำ ผลสัมฤทธิ์การศึกษาเมื่อเทียบกับสากลพบว่า มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับหรือระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ยังเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ๒.ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พ่อแม่ให้ลูกเข้าโรงเรียนเพื่อให้พ้นจากความยากจน แต่ปัญหาที่พบ คือ โรงเรียนไม่มีคุณภาพ การศึกษาจึงไม่สามารถแก้ความยากจนให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกลได้  ๓.ความสามารถทางการแข่งขันของชาติที่ไม่สามารถแข่งขันได้  และ ๔.ธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ คือ ตัวเป้าหมายที่สำคัญ นั่น คือ นักเรียน ครู และสถานศึกษา ถึงแม้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากการปฏิรูปไม่สำเร็จ ประเทศอื่นๆ จะก้าวแซงหน้าประเทศไทย ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปให้สำเร็จ

 

รองศาสตราจารย์ชัยยุทธ์ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า ทาง กอปศ. ไม่ได้มีแนวคิดจะปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาทั้งระบบ แต่ต้องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระและส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน ระบบการสนับสนุนต่างๆ ตั้งแต่ส่วนกลางหรือในพื้นที่ที่จะทำให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระได้อย่างแท้จริงควรเป็นอย่างไร เบื้องต้น กอปศ. ได้จัดแบ่งภารกิจทั้งระบบและส่วนงานออกเป็น ๔ ด้าน คือ ๑.ด้านกำกับนโยบาย กำหนดทิศทางระดับชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปให้มีความต่อเนื่อง ๒.ด้านการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผล แต่เดิมไม่มีความเข้มแข็ง จึงควรมีการวางกฎเกณฑ์ มาตรฐาน ทั้งงานบุคคล มาตรฐานวิชาการต่างๆ ให้มีความเข้มแข็ง ๓.ด้านหน่วยสนับสนุน และ ๔.ด้านการจัดการศึกษาทั้งระบบ เช่น เขตพื้นที่ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษา แนวทางการจัดการยังไม่ได้แบ่งว่าจะเป็นกรมหรือแท่งอย่างเดิม แต่แบ่งตามผลผลิตงานหลัก กอปศ.ต้องการออกแบบระบบให้เกิดการขับเคลื่อนจากระบบการจัดการศึกษาไปสู่ระบบการศึกษาที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น โรงเรียนมีสายบังคับบัญชาไม่มาก สามารถดำเนินการได้อย่างอิสระ ปลดล็อคมาตรฐานหลักสูตร การคัดสรร การแต่งตั้ง การบริหารงบประมาณ โดย กอปศ. อาศัยแนวคิดที่มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ....  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นหัวหอกสำคัญที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมการจัดการศึกษา

 

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้มีการปฏิรูปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยให้ กอปศ.ไปศึกษา และเสนอแนะแนวทาง และจัดทำกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนให้บรรลุเป้าหมาย กอปศ. จึงต้องการรับฟังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่าควรจะปรับปรุงโครงสร้างอย่างไรจึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด ในการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียนซึ่งเป็นหัวใจการปฏิรูปการศึกษา โดยการประชุมมีการแบ่งกลุ่มย่อยอภิปรายรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม เรื่อง แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการเพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียนโดยแบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มย่อย เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างอิสระและเสนอแนะได้อย่างเต็มที่ โดยมีประเด็นรับฟังความคิดเห็น ๓ ประเด็นหลัก คือ ๑. แนวคิดการจัดภารกิจด้านการศึกษาตามข้อเสนอของ กอปศ. ท่านมีความเห็นอย่างไร ? ๒. ผลลัพธ์จากการปฏิรูปโครงสร้างที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในความเห็นของท่านควรเป็นอย่างไร ? และ ๓. ระบบการบริหารงานการจัดการศึกษาส่วนกลาง และพื้นที่ (ภาค จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน) ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ควรเป็นอย่างไร (รวม /แยก/ยุบ/คงเดิม) และเพื่อภารกิจใด ซึ่งประกอบด้วย ๑) เขตพื้นที่การศึกษาจาเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการปฏิบัติงานของโรงเรียนหรือไม่ อย่างไร ๒) คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการบริหารงานบุคคลหรือไม่ อย่างไร ๓) ถ้าไม่มีศึกษาธิการภาค โรงเรียนจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ อย่างไร ? ๔) ถ้าจะมีการจัดการศึกษาระดับอำเภอ ควรมีรูปแบบอย่างไรที่ส่งผลต่อผู้เรียน เขตพื้นที่การศึกษา และศึกษาธิการจังหวัดควรปรับบทบาทอย่างไร ? ๕) ถ้าโรงเรียนจะบริหารจัดการแบบอิสระ อย่างเต็มที่ ควรจะมีระบบหรือรูปแบบอย่างไร ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการระดมความคิดเห็นถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ ที่จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาของชาติต่อไป

 

 

 

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด