สกศ. เผยสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ชี้ชัดร้อยละ ๙๐ ได้เรียนภาคบังคับ แต่ยังเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา
![]() |
วันนี้ (๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง "(ร่าง) รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๑" โดยมี นายกวิน เสือสกุล ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารจากองค์กรหลักด้านการศึกษา คณาจารย์จากสถานศึกษาของรัฐ และเอกชน พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลส กรุงเทพมหานคร
ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. จัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทยทุกปีเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในบริบทต่าง ๆ ในรอบปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา เป็นช่วงเริ่มต้นของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีบทบัญญัติด้านการดูแลเด็กเล็ก การจัดตั้งทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และประเด็นอื่น ๆ ที่นำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ซึ่งในปีเดียวกันนั้นได้มีการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ที่ สกศ. ได้จัดทำขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาสภาวะการศึกษาไทยท่ามกลางปัจจัยสำคัญทางการศึกษาเหล่านี้ เบื้องต้นพบว่า การเข้าถึงการศึกษาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของสังคมไทย เพราะคนไทยกว่าร้อยละ ๙๐ สามารถเข้าถึงการจัดการศึกษาภาคบังคับได้ แต่กลับมีความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา ทำให้คนในชนบทหรือคนที่มีฐานะยากจนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้น้อยกว่าคนในเขตเมืองหรือคนที่มีฐานะ นอกจากนี้ ยังต้องเร่งหาสาเหตุเรื่อง การให้งบประมาณทางการศึกษาจำนวนมาก แต่เด็กไทยกลับมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เช่น คะแนน O-net และ PISA ที่ค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การประชุมเพื่อเติมเต็ม (ร่าง) รายงานสภาวะการศึกษาไทยในครั้งนี้ จะช่วยระดมความคิดเห็นจากบุคลากรทางการศึกษาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การวิจัยและวางแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยภายใน ๑ – ๒ เดือนนี้ คณะผู้วิจัยจะนำข้อเสนอที่ได้จากการประชุมไปปรับปรุงและจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ฉบับสมบูรณ์ ซึ่ง สกศ. จะนำไปเสนอต่อ กอปศ. ในการร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และการจัดทำนโยบายให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล และพัฒนาการศึกษาให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมตามจุดมุ่งหมายของการเป็นประเทศไทย ๔.๐ ได้
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ด้าน รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล อดีตคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การศึกษาไทยต้องออกจากกรอบความคิด “แพ้คัดออก” กล่าวคือ ไม่มุ่งแต่สนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนระดับดี แต่ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กที่สอบได้คะแนนน้อยให้เข้าใจเนื้อหาและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ นอกจากนี้ การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า จะต้องใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงและมีการเปิดเผยให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้รับทราบร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อและการปรับปรุงคุณภาพของสถานศึกษา
สำหรับ (ร่าง) รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๑ มีเนื้อหาสาระครอบคลุมสภาวการณ์ทางการศึกษาตามเป้าหมายแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ จำนวน ๕ เป้าหมาย ได้แก่ ๑.การเข้าถึง (Access) ๒.ความเท่าเทียม (Equity) ๓.คุณภาพ (Quality) ๔.ประสิทธิภาพ (Efficiency) และ ๕.การตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) โดยมีจุดเน้นและให้ความสำคัญเรื่องสถานะของฐานข้อมูล (Big Data) ด้านการศึกษา ซึ่งมีการระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากลต่อไป
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่



















