กอปศ.เผยหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นหัวใจการปฏิรูปฯ แนะการศึกษายุคใหม่ เรียนแล้วต้องประยุกต์ใช้ได้

image

         วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๕๔/๒๕๖๑ โดยมี ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่ประชุมมีการพิจารณา เรื่อง “แนวทางการจัดการศึกษาด้านศิลปะและสุนทรียภาพ” “โครงการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน” และ “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ. ....”

 

 

ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นปัญหาคุณภาพทางการศึกษารูปแบบหนึ่งที่ กอปศ.ให้ความสำคัญ และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพฯ ข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้จะนำไปสู่การปรับจรรยาบรรณครูให้เหมาะสมกับยุคสมัย ส่วนแนวทางการจัดการศึกษาด้านศิลปะและสุนทรียภาพนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีความจำเป็น แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑.ผู้เรียนทุกคนต้องมีสุนทรียภาพในการศึกษาและสุนทรียภาพในชีวิต ๒.ผู้ที่มีความถนัดในด้านศิลปะควรได้รับการศึกษาเป็นพิเศษ ซึ่ง กอปศ. ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา อีกทั้งระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่มีความคล่องตัว เน้นเพียงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงมองว่าการศึกษาจำเป็นต้องมีศิลปะและสุนทรียภาพ เพื่อให้เกิดสมดุลทางการศึกษา สำหรับหลักสูตรฐานสมรรถนะนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้นจำเป็นต้องมีสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักสูตรฐานสมรรถนะ กระบวนการเรียนรู้ และการประเมินผล ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนกรมวิชาการ แต่เป็นกรมวิชาการรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของโลกปัจจุบัน

 

 

รศ.ทิศนา แขมมณี กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ประธานคณะทำงานวางแผนการจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าเด็กไทยขาดความสามารถในการนำความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นความสามารถเชิงสมรรถนะ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพเพิ่มขึ้น จึงมีแนวคิดการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะเข้ามาช่วยพัฒนาผู้เรียน และได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะของผู้เรียนที่จำเป็น ซึ่งมี ๑๐ สมรรถนะหลัก อันจะช่วยให้ผู้เรียนเป็นคนไทยฉลาดรู้ อยู่ดี มีสุข มีความสามารถสูง และเป็นพลเมืองไทย ใส่ใจสังคม ขณะนี้ทั้ง ๑๐ สมรรถนะได้รับการยืนยันทางสถิติ โดยการนำสมรรถนะให้ครูผู้สอนลองประเมินนักเรียน หลังจากนั้นนำผลมาวิเคราะห์โครงสร้างองค์ประกอบ พบว่า ทั้ง ๑๐ สมรรถนะมีความสัมพันธ์กันในทิศทางบวก และยังมี ๖ แนวทางให้ครูนำสมรรถนะไปใช้ ซึ่งได้ทำการทดลองใช้สมรรถนะในโรงเรียนจำนวน ๒๔ แห่ง ปรากฏว่า ครูสามารถนำสมรรถนะไปใช้ได้ผลดี แต่ต้องได้รับคำชี้แนะการใช้สมรรถนะที่ถูกต้องชัดเจน ทั้งนี้ได้จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งข้อเสนอแนะประกอบด้วยข้อเสนอ ๒ ชุด คือ ๑.ข้อเสนอสำหรับการปรับหลักสูตรระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ และ ๒.ข้อเสนอการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะครบวงจร

 

ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า คุรุสภามีจรรยาบรรณวิชาชีพครู ๙ ประการ ที่กำหนดว่าสิ่งใดที่ครูพึงทำหรือไม่พึงทำ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เกิดกรณีพิพาทระหว่างครูกับนักเรียน จรรยาบรรณวิชาชีพครูที่เขียนไว้กว้างๆ อาจมีความไม่ชัดเจน จึงต้องมีการตีความอีกครั้ง ซึ่งคุรุสภาจะดำเนินการปรับปรุงจรรยาบรรณวิชาชีพครูให้มีความชัดเจน เหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น และจะนำเอาประเด็น เรื่อง ความปลอดภัยในสถานศึกษาของ กอปศ. ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงจรรยาบรรณวิชาชีพครู

 

 

 

ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด