สกศ. เดินหน้าเทียบเคียง NQF กับ AQRF ของประเทศไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อเสนอแนะ ปรับร่างรายงานให้สมบูรณ์
วันนี้ (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) เป็นประธานเปิดการประชุมและกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา (นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ) ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เรื่อง “Stakeholder consultation on draft AQRF referencing report of Thailand” ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน ๓ ประเทศ คือ ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่นำร่องโครงการเพื่อจัดทำรายงานและเกณฑ์การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) กับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ในประเทศของตน ซึ่งการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ (ร่าง) รายงานการเทียบเคียง NQF กับ AQRF ของประเทศไทย เพื่อนำเสนอต่อการประชุมคณะกรรมการ AQRF ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ประเทศบรูไน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา กล่าวว่า การตกลงร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนสำคัญ เพื่อร่วมกำหนดหลักเกณฑ์ของ (ร่าง) รายงานฯ ของประเทศไทย จำแนกตามเกณฑ์ และจัดทำร่างรายงานฯ ให้มีความสมบูรณ์
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
จากนั้นที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะอย่างหลากหลาย จำแนกตามเกณฑ์ โดยเรียงลำดับ ไดแก่
เกณฑ์ที่ ๑ ระบบการศึกษาและระบบการฝึกอบรมของประเทศไทย โดยมีกลไกในการเชื่อมโยง (Mechanism for Linking) เช่น การทดสอบ การประเมินผล ฯลฯ ซึ่งเป็นหลักในการเชื่อมโยงระหว่างระบบการศึกษากับระบบการฝึกอบรม และเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway)
เกณฑ์ที่ ๒ องค์ประกอบและบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ๑) คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ โดยมี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ และ ๒) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเทียบเคียง ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นฝ่ายเลขานุการ องค์กรหลักเกี่ยวกับการศึกษา องค์กรเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานและการประกันคุณภาพทางการศึกษา
เกณฑ์ที่ ๓ การพัฒนาการเชื่อมโยง NQF แบ่งออกเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะที่ ๑ การเตรียม ระยะที่ ๒ การวางแผน และระยที่ ๓ การพัฒนา เพื่อสร้างแนวทางเชื่อมโยงและเทียบเคียงระหว่างคุณวุฒิทางการศึกษากับมาตรฐานอาชีพ สู่ระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
เกณฑ์ที่ ๔ การเทียบเคียงระดับคุณวุฒิระหว่าง NQF กับ AQRF โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcome) ได้แก่ ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ (Application and Responsibility) ในส่วนของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ มีการเสนอแนะให้เพิ่มการวิเคราะห์ (Analysis) แต่ละระดับ เช่น มีความเชื่อมโยงระดับมากที่สุด ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด เป็นต้น
เกณฑ์ที่ ๕ รายละเอียดมาตรฐานระดับคุณวุฒิของประเทศไทย เชื่อมโยงระหว่างคุณวุฒิทางการศึกษา ได้แก่ คุณวุฒิทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณวุฒิทางการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และคุณวุฒิทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา กับมาตรฐานอาชีพ ได้แก่ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ มาตรฐานฝีมือแรงงาน กรอบสมรรถนะอาเซียนด้านการท่องเที่ยว และมาตรฐานวิชาชีพขององค์กรวิชาชีพหรือมาตรฐานอาชีพของสถานประกอบการ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcome) เป็นสำคัญ
เกณฑ์ที่ ๖ ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาสำหรับการศึกษาและการฝึกอบรม เชื่อมโยงระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของมาตรฐานการศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพ โดยที่ประชุมเพิ่มเติมว่าการประกันคุณภาพควรได้รับการประกันอย่างมีคุณภาพ และแยกระหว่างการประกันคุณภาพของการศึกษากับการฝึกอบรมให้ชัดเจน
เกณฑ์ที่ ๗ กระบวนการอ้างอิงและการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำกระบวนการดำเนินงาน โดยเริ่มจากการศึกษาเกี่ยวกับการเทียบเคียง เปรียบเทียบผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่าง NQF กับ AQRF แลกเปลี่ยนความรู้และผลการศึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่างรายงาน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดทำรายงานที่สมบูรณ์ และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
เกณฑ์ที่ ๘ การมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญและการอ้างอิง โดยมี Mr.Arnauld de Nadaillac ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาคุณวุฒิและสมรรถนะจากประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการเทียบเคียง NQF กับ AQRF และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเมียนมา นอกจากนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะว่า ควรต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาในการทบทวนเล่มฉบับภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
เกณฑ์ที่ ๙ การจัดทำอ้างอิงและเผยแพร่ เมื่อจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการจัดพิมพ์รายงาน ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งประเทศไทยมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
เกณฑ์ที่ ๑๐ ผลลัพธ์ของการอ้างอิง การเทียบเคียง NQF กับ AQRF จะเป็นเครื่องมือในการเทียบเคียงคุณวุฒิในสมาชิกอาเซียน และเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายภาคแรงงานในอนาคต
เกณฑ์ที่ ๑๑ การติดตามกระบวนการอ้างอิง สำหรับประเทศไทยจะมีการทบทวนและปรับปรุงรายงานการเทียบเคียงทุก ๓ ปี เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์แรงงาน
สำหรับ การดำเนินงานในอนาคต คือ ส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ NQF กับ AQRF ร่วมกันพัฒนาคู่มือนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาระบบคุณวุฒิออนไลน์เชื่อมโยงระหว่างกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่






































