สกศ. เร่งติดตามนโยบายส่งเสริมภาษาอังกฤษ รองรับ Thailand 4.0 ชูแนวคิด "ภาษาอังกฤษกินได้" เพิ่มศักยภาพผู้ใช้ภาษาในการประกอบอาชีพ
![]() |
วันนี้ (๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง "(ร่าง) รายงานการติดตามและประเมินผลนโยบายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อรองรับ Thailand 4.0" โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารของหน่วยงานด้านการศึกษา คณาจารย์จากสถานศึกษาของรัฐ เอกชน และโรงเรียนนานาชาติ พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วมประชุมกว่า ๑๐๐ คน ณ โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในทุกระดับ เพื่อให้คนไทยมีทักษะที่พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคประเทศไทย ๔.๐ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีพันธกิจด้านการติดตามและประเมินผลการศึกษา ได้ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามและประเมินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษาด้วย English Program/ Mini English Program (EP/MEP) และโครงการพัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค หรือ Boot Camp ทั้งนี้ สกศ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) จะนำข้อสรุปที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนำไปปรับปรุงแผนการศึกษาแห่งชาติให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
“การเรียนรู้ของโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ ไม่จำกัดอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดเวลาผ่านสื่อดิจิทัล ช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถเรียนรู้พร้อมกัน ทั้งนี้ สื่อการเรียนการสอนจะต้องเหมาะสมกับวัยของเด็ก และมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เช่น แหล่งท่องเที่ยว ย่านธุรกิจ จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปการสอนภาษาอังกฤษ โดยอาจประยุกต์ใช้แนวคิด “ภาษาอังกฤษกินได้” คือ การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการประกอบอาชีพ ด้วยหลักสูตรเร่งรัดพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ผู้ประกอบอาชีพสาขาต่าง ๆ เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ ผู้ค้าขายในแหล่งท่องเที่ยว สามารถหานำไปใช้สร้างงานสร้างรายได้ต่อไป” ดร. สมศักดิ์ กล่าว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์ ดร. ศิริชัย กาญจนวาสี อาจารย์พิเศษ คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยติดตามและประเมินผลนโยบาย ฯ กล่าวว่า การวิจัยครั้งนี้เก็บข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน จากสถานศึกษาทั่วทุกภูมิภาค พบว่า ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจต่อทั้งสองโครงการอย่างมาก ครูภาษาอังกฤษเห็นว่า โครงการ Boot Camp ช่วยพัฒนาทักษะการฟังและการพูดที่ดีขึ้น มั่นใจในการสอนมากขึ้น ขณะที่นักเรียนต่างเห็นว่าบรรยากาศการเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน EP/MEP สนุก ครูเปิดโอกาสให้เด็กซักถามและสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าหลักสูตรปกติ โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเห็นว่า ทักษะภาษาอังกฤษของตนดีขึ้นหลังจากเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
การประชุมครั้งนี้มีการระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยที่ประชุมเห็นว่า ควรปรับหลักสูตรผู้สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา ไม่ควรมุ่งเน้นความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เน้นเทคนิควิธีการสอนภาษาอังกฤษที่ช่วยให้นักเรียนนำภาษาอังกฤษไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายให้ความเห็นตรงกันว่า การที่เด็กจะเก่งภาษาอังกฤษได้นั้นต้องเริ่มจากการสอนทักษะการฟังและการพูดเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ควรพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล (Digital Platform) อย่างจริงจัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และขยายโอกาสการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้นักเรียนได้อย่างทั่วถึง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่













































