คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๕๐/๒๕๖๑ หลักการประกันคุณภาพการศึกษาตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....

image

           วันนี้ (๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑) รองศาสตราจารย์ดารณี  อุทัยรัตนกิจ รองประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๕๐/๒๕๖๑ โดยมี ดร. ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์  รองเลขาธิการสภาการศึกษา  นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต

 

           รองศาสตราจารย์ดารณี  อุทัยรัตนกิจ กล่าวว่า วันนี้ กอปศ. พิจารณาเรื่องหลักการประกันคุณภาพการศึกษาตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยได้หารือเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อกำหนดด้านการคุณภาพการศึกษาในการประกันและประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งมีหลักคิดคือ การปฏิรูปการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพในการจัดการศึกษา  การประกันคุณภาพจะเน้นไปที่ประกันคุณภาพภายใน การประเมินคุณภาพโดยหน่วยงานภายนอก ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพียงหน่วยงานเดียว  ในอนาคตการประเมินยืดหยุ่นและเน้นให้เหมาะสมกับบริบทมากขึ้น

 

 

          รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์  กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาสาระสำคัญที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยนำมาทบทวนว่าในเชิงระบบ การประกันคุณภาพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการ การประเมินคุณภาพโดยหน่วยงานภายนอก หลักการจะเป็นอย่างไร จะดำเนินการร่วมกันอย่างไร ในอนาคตจะเน้นการพัฒนาคุณภาพเป็นสำคัญ ข้อกำหนดคุณภาพที่จะเกิดขึ้นจะมีความยืดหยุ่นรองรับความแตกต่างหลากหลายที่เกิดขึ้น จะดำเนินการอย่างไร จะให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ได้มอบหมายอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง อนุฯ โครงสร้าง ทำหน้าที่ดูกลไกในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีคนมาช่วยเหลือสถานศึกษา พัฒนาคุณภาพให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  ระบบใหม่มี ๓ ชั้น คือ ๑. สถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้กำหนดข้อกำหนดมาตรฐาน และทบทวนปรับปรุงมาตรฐานของตน  ๒. ต้นสังกัด จะดำเนินการสนับสนุน ส่งเสริมและประสาน ช่วยเหลือสถานศึกษาที่ต้องการรับความช่วยเหลือ  ๓. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ นำข้อมูลมาใช้พัฒนาแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายด้านคุณภาพ และการจัดสรรทรัพยากร ฯลฯ  ทั้งนี้ เดิม พรบ.การศึกษา จะพูดถึงแต่เรื่องมาตรฐานการศึกษา แต่ พรบ. ฉบับใหม่นี้ จะขยายเรื่องนี้ให้กว้างขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น โดยเรียกว่าข้อกำหนดด้านคุณภาพ  มาตรฐานถือเป็นข้อกำหนดประเภทหนึ่ง และอาจมีการอ้างอิงข้อกำหนดลักษณะอื่นด้วย ให้เกิดความยืดหยุ่น รองรับความหลากหลายในการจัดการศึกษามากขึ้น

 

 

            ดร. ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า  ร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับใหม่มีคำที่ต่างจากคำเดิม  เดิมจะมีคำว่า “ประกันคุณภาพภายใน” และ “ประกันคุณภาพภายนอก” แต่ฉบับใหม่ใช้คำว่า “การประกันคุณภาพ” หมายถึง “การประกันคุณภาพภายใน”  ส่วนการประกันคุณภาพภายนอก จะไม่มี  เปลี่ยนใหม่เป็น “การประเมินคุณภาพ”  และมีเพิ่มขึ้นอีก ๑ ข้อ คือ “การรับรองคุณภาพ” โดยหน่วยงานภายนอก  ใน พรบ. เน้นประกันและประเมินเพื่อพัฒนา จะมีการกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพระดับชาติขึ้นมาก โดยแยกเป็นระดับพื้นฐาน  อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ต่อจากนั้นสถานศึกษาแต่ละแห่งต้องกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือมาตรฐานของตน  การประเมินจากหน่วยงานภายนอกไม่ได้ประเมินเพื่อตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน จะประเมินเพื่อพัฒนา และปรับปรุงเพื่อให้สถานศึกษาทำงานได้ตรงตามคุณภาพยิ่งขึ้น  การจะนำไปสู่การดำเนินการเรื่องนี้ได้ต้องทำ ๔ เรื่อง คือ ๑. ต้องกำหนดไว้ในโครงสร้างของหน่วยงาน  ที่ผ่านมา การประกันภายในไม่ค่อยได้รับความสำคัญ ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยกำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ทั้งในกระทรวงศึกษาธิการและต้นสังกัด ๒. จัดงบประมาณให้ และจัดทำกฎกระทวงในเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการต่างๆ สำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ประกันภายใน  การประเมิน และการรับรองคุณภาพ ๓. กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปด้านการศึกษา ๔. จัดทำรายงานเพื่อสร้างความเข้าใจว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ทำอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เกี่ยวข้องต่อไป  ซึ่งกล่าวได้ว่า พรบ. ฉบับนี้ ใช้ระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด