กอปศ. ผนึกกำลังกรรมการยุทธศาสตร์ชาติฯ ปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๑ ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๔๗/๒๕๖๑ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ เข้าร่วมประชุม โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ประชุมได้มีการหารือและพิจารณา เรื่อง “พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. ....” “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” และ “ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า การประชุมร่วมกันระหว่าง กอปศ. กับกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ ทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ยุทธศาสตร์ชาติฯ มองภาพรวมและเป้าหมายของประเทศใน ๒๐ ปีข้างหน้า ส่วนการปฏิรูปเป็นเรื่องการปรับแก้ปัญหาที่มีอยู่ โดยเฉพาะการปรับกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรื่องการศึกษา ที่จะต้องมีการปรับหลักสูตรและการเรียนรู้ การมีเนชั่นแนลดิจิทัลแพลตฟอร์ม คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ ค่อนข้างเห็นตรงกับ กอปศ. ว่าสังคมและฝ่ายต่างๆ ยังไม่เห็นความสำคัญในการเลี้ยงดู ดูแลเด็กปฐมวัยอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเรื่องปัญญา ความสามารถ และจริยธรรม ที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็กในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการประสานงานในการดูแลเด็กปฐมวัยของ ๔ กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขาดหน่วยงานประสานงานและหน่วยงานรับผิดชอบหลัก กอปศ.ได้ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะมี พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... แล้ว ยังได้ระบุเรื่องเด็กปฐมวัยไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาอีกด้วย
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทางด้านคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัยเช่นกัน ซึ่งระบุเรื่องเด็กปฐมวัยไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในส่วนของรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องมีการประชุมและหารือร่วมกันเพื่อลงรายละเอียดเนื้อหาสาระ เช่น เรื่องการลาคลอดบุตร ประเทศไทยสามารถลาคลอดบุตรได้ ๓ เดือน แต่หากจะลางานต่อเพื่อเลี้ยงบุตรก็สามารถทำได้ แต่เป็นการลาที่ไม่ขอรับเงินเดือน ขณะที่ต่างประเทศพ่อหรือแม่จะลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูก แล้วค่อยกลับไปทำงาน มีงานวิจัยระบุว่าการพูดคุยระหว่างแม่กับลูกตั้งแต่ 6 เดือนแรก เด็กจะเรียนรู้ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศได้ดีมากกว่าในช่วงวัยอื่น รวมทั้งสามารถจดจำสำเนียงและรับรู้ภาษาได้ดี ซึ่งประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าที่ควร ทั้งนี้ กอปศ.จะนำความคิดเห็นของคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ ไปปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... เป็นจุดเด่นในการสร้างพื้นฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ถ้าวางพื้นฐานดีการพัฒนาในช่วงวัยต่อไปจะง่ายขึ้น สกศ.ในฐานะฝ่ายเลขานุการของ กอปศ.และคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ก.พ.ป.) จะพยายามรวบรวมทุกความคิดเห็นเพื่อทำให้ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... มีความชัดเจนมากขึ้น
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่




































