สกศ. จัดประชุม “แนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ ดร. ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเรื่อง “แนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี” โดยมี นางศิริพร ศริพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา กล่าวรายงาน ณ ห้องบุษบงกชเอ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ
![]() |
![]() |
การประชุมครั้งนี้ นางเพทาย บุญมี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมเครือข่ายการวิจัยนำเสนอผลเบื้องต้นการพัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยการศึกษา ThaiEdResearch และมีการอภิปราย “แนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลวิจัยทางการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี” โดย นายอุทัย ดุลยเกษม ประธาน คณะอนุกรรมการการศึกษาด้านการวิจัย และ ศาสตราจารย์สุวิมล ว่องวาณิช คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
ดร. ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) ซึ่งมีทั้งหมด ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จะเห็นว่ายังเป็นเรื่องที่ต้องเร่งพัฒนา จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ๑๐๐ อันดับ มหาวิทยาลัยของไทยติดอันดับเพียงหนึ่งแห่ง แม้ในการจัดอันดับ ๒๐๐ อันดับก็มีมหาวิทยาลัยของไทยติดอันดับเพียง ๓ แห่ง ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่นกลับมีมหาวิทยาลัยติดอันดับเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยจึงถูกทิ้งห่างจากประเทศในภูมิภาคเดียวกัน และแม้งานวิจัยของประเทศไทยจะมีเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ถูกหยิบขึ้นมาใช้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ จึงต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้งานวิจัยทำให้เกิดมูลค่า มาช่วยพัฒนาประเทศได้ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์คน พบว่าปัจจุบันยังมีปัญหาคุณภาพการศึกษา ทั้ง ๆ ที่ไทยมีครูเก่ง นักเรียนเก่งจำนวนมาก แต่ทำไมการศึกษายังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร จึงต้องพยายามค้นหาว่าเพราะเหตุใด อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขใดที่ทำให้ไม่มีคุณภาพ และควรปรับเงื่อนไขเหล่านั้นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ยังต้องการวิจัยเพิ่มเติม ในด้านยุทธศาสตร์ที่ ๔ ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม ปัจจุบันพบว่ายังมีความเหลื่อมล้ำ และมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อทรัพยากรไม่พร้อม ทำให้ผลการเรียนต่ำ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ด้านการสร้างการเตรียมการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในด้านนี้ก็ยังนับว่ายังมีองค์ความรู้ไม่เพียงพอ และยุทธศาสตร์ที่ ๖ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ พบว่าระบบริหารยังไม่สมดุล ยังต้องการงานวิจัยว่า จะทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ทำอย่างไรจะเพิ่มคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำได้ อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าทุกทฤษฎีต่างกล่าวตรงกันว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขึ้นอยู่กับการศึกษา ไทยมีงานวิจัยทางการศึกษาจำนวนมาก แต่ขณะนี้ต้องมาเน้นว่าจะนำงานวิจัยเหล่านั้นและที่จะจัดทำขึ้นใหม่ให้มาตอบความต้องการประเทศได้อย่างไรบ้าง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นางศิริพร ศริพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้พัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยการศึกษา โดยใช้ชื่อว่า ThaiEdResearch ซึ่งเป็นศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา และเป็นระบบการให้บริการและเผยแพร่ผลงานวิจัยการศึกษาที่มีข้อมูลที่ถูกต้อง สะดวกในการสืบค้น และประการสำคัญ คือ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ทราบว่า ประเทศไทยมีงานวิจัยทางการศึกษาที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี การประชุมในวันนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมล้วนเป็นนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารหรือผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานทางการศึกษา ฯลฯ ที่จะช่วยระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาทิศทางการจัดทำฐานข้อมูลของสกศ. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
นางเพทาย บุญมี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมเครือข่ายการวิจัยและวิทยบริการ นำเสนอผลเบื้องต้น การพัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยการศึกษา ThaiEdResearch ว่า สำนักงานได้จัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษานี้ โดย จำแนกหมวดหมู่สำคัญต่าง ๆ จำนวน ๑๒ หมวดหมู่ คือ ๑. กฎหมายการศึกษา ๒. การศึกษาปฐมวัย ๓. ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ๔. อาชีวศึกษา ๕. อุดมศึกษา ๖.การศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ๗.การวัดและประเมินผลการศึกษา ๘. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ๙. เทคโนโลยีทางการศึกษา ๑๐. นโยบายการศึกษา ๑๑. หลักสูตรและการเรียนรู้ และ ๑๒. อื่นๆ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกและส่งผลงานได้ ได้โดยเปิดโปรแกรม Internet Explorer ,Google Chrome ,Firefox เรียกใช้งาน URL:http://www.thaiedresearch.org/ ซึ่งในการส่งผลงานวิจัยจะมีคณะกรรมการพิจารณาผลงานก่อนลงเผยแพร่ในฐานข้อมูล ซึ่งหลังจากเปิดตัวมา ๑ ปี ขณะนี้มีสมาชิก ๑,๘๐๐ คน และมีผู้เข้าชมแล้ว จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ คน
![]() |
![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() |
นายอุทัย ดุลยเกษม ประธานคณะอนุกรรมการการศึกษาด้านการวิจัย กล่าวโดยสรุปว่า ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ แนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลต้องคำนึงถึงต้องคำนึงถึงต้องทันสมัย ทันการณ์ ไม่เช่นนั้นฐานข้อมูลจะไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ ยังต้องทำให้ครบถ้วน น่าเชื่อถือ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรจัดหมวดหมู่ตามประเด็น เพราะสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ได้มากกว่า เช่น ประเด็นด้านการวิจัยประเมินผล การจัดการศึกษา การบริหารการศึกษา รวมถึงควรมีการจัดลำดับ และช่วงเวลา เพื่อจะได้ทราบว่าทันสมัยหรือไม่ นอกจากนี้ต้องบอกแหล่งที่มาให้ชัดเจน และมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแปลงผลงานวิจัยให้เป็นข้อมูลที่จะนำไปใช้และเข้าใจง่าย ๆ รวมถึงควรมี link กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำแผ่นพับรวบรวมสรุปงานวิจัยทุกหกเดือนหรือ ๑ ปี ควรทำงานวิจัยเชิงรุก มีทิศทางและประเด็นการวิจัยที่ชัดเจน และควรมีกลไกที่สนับสนุนทุนการทำวิจัยประเด็นที่ระบุไว้ รวมถึงต้องมีการพัฒนานักวิจัยให้เป็นนักวิจัยมืออาชีพ ที่สำคัญในการคัดเลือกงานวิจัยใส่ในฐานข้อมูลควรเข้มงวด ตั้งต้นน้ำ เพื่อให้ในฐานข้อมูลมีงานวิจัยที่มีคุณภาพแท้จริง
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์สุวิมล ว่องวาณิช คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวโดยสรุปว่า การจัดทำฐานข้อมูลต้องคำนึงว่าข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาในฐานข้อมูลได้มาอย่างไร ฐานข้อมูลงานวิจัยมีประโยชน์ต่อใคร อย่างไร ควรมีแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาอย่างไร ทั้งนี้ ในการทำวิจัย ต้องเน้นให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่มีจุดเน้นให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วบนฐานการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง งานวิจัยควรเป็นงานวิจัยและนวัตกรรม เป็นงานที่มีผลต่อพัฒนาในวงกว้าง ตอบสนองการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่มุ่งให้เป็นคนดี คนเก่ง และคนมีคุณภาพ เป็นคนไทยที่พร้อมกับศตวรรษที่ ๒๑ ในปัจจุบัน ฐานข้อมูลผลงานวิจัยนั้นแม้จะมีหลายที่หลายหน่วยงานทำ แต่สำหรับของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ควรเน้นด้านการศึกษา และงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาประเทศ ตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ได้อย่างแท้จริง
![]() |
![]() |
![]() |































