มหกรรม ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ สกศ. วันที่ ๒ ยังคึกคัก หมออุดม ย้ำปฏิรูปการศึกษาดิจิทัล มุ่งสร้างสมรรถนะเจ๋งกว่าคุณวุฒิ เร่งปั้นคนไทย 4.0 เหนือกว่าเอไอ
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อวันที่ (๑๑ กันยายน ๒๕๖๑) ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา แจ้งวัฒนะ // ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษ "แนวทางการปฏิรูปการศึกษาสู่การพัฒนาประเทศ" ความสำคัญตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องการเห็นผลที่เป็นรูปธรรม เพราะเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประเทศโดยภาพรวม เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และนโยบายประเทศไทย 4.0 และเปลี่ยนแนวคิดการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานองค์ความรู้ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เป็นของตนเองให้ได้ สร้างองค์ความรู้ใหม่นำมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่ม อาชีพเก่า ๆ จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หรืออัจฉริยะประดิษฐ์ (เอไอ) อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับสมรรถนะของกำลังคนมากกว่าคุณวุฒิ ระบบการเรียนการสอนจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะผู้เรียนสามารถเรียนรู้เองได้ และพัฒนาทักษะ และใช้ประสบการณ์เพื่อทำงานได้โดยใช้สื่อดิจิทัล วัฒนธรรมการดำรงชีวิต การเรียนรู้ และการทำงานเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร กล่าวว่า ระบบการศึกษายุคใหม่ต้องสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักตัวเอง รู้ศักยภาพความถนัดของตนเอง เรียนในสิ่งที่มีความชอบเป็นพื้นฐาน ครูอาจารย์ทุกระดับต้องช่วยออกแบบการเรียนรู้และกระตุ้นดึงศักยภาพในตัวผู้เรียนออกมา ตั้งคำถาม และเป็นผู้แนะนำ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเปลี่ยนชีวิต คิด วิเคราะห์ และแยกแยะให้ได้ การศึกษาทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา มีความสำคัญและเชื่อมโยงกัน ต้องปรับคุณภาพสร้างคนไทยที่มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะสูง
![]() ![]() |
การศึกษาไทยยุค 4.0 จึงมุ่งเน้นเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย ใช้ความรู้สร้างนวัตกรรม ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เรียนโดยเกิดจากความอยากรู้ อยากทำ และอยากเป็น ดังนั้น สถานศึกษาต้องเร่งสร้างกลไกบูรณาการ การศึกษา วิจัย ฝึกอบรม เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และพร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงตอบโจทย์อนาคต สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต บทบาทของมหาวิทยาลัยคือ แหล่งเรียนรู้ของคนทุกเพศ และทุกวัย สถานศึกษาทุกระดับต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย เสริมทักษะชีวิต เตรียมอาชีพ เตรียมอนาคต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และเน้นย้ำ ๔ หน้าที่สำคัญ แหล่งรวมความรู้ แหล่งความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพ สมรรถนะ และสร้างคนดี สร้างผู้นำสู่สังคมโลก
สำหรับ ศธ. ดำเนินการโครงการต้นแบบพัฒนาคุณภาพการศึกษาแล้ว อาทิเช่น โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่มีสถานศึกษา ๕๐ แห่ง ใน ๓๔ จังหวัด และ ๑๒ สถานประกอบการร่วมโครงการ โครงการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา นำร้องไปแล้วใน ๓ จังหวัด สตูล ระยอง และศรีสะเกษ โครงการอาชีวะพันธุ์ใหม่ ที่มี ๑๔ วิทยาลัยอาชีวศึกษา และ ๕ วิทยาลัยเกษตรกรรม รวมถึงโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ได้รับความร่วมมือจาก ๒๓ มหาวิทยาลัย ๙๙ หลักสูตร ร่วมขับเคลื่อนนำร่องการปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งต้องการสร้างคนไทย 4.0 ทันโลก ทันสมัย ทันเทคโนโลยี มีความรู้และทักษะความรู้ที่จำเป็นสอดรับกับศตวรรษที่ ๒๑ มุ่งเน้นสมรรถนะสูง รู้จักคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ สื่อสารกับผู้อื่นได้ และมีส่วนร่วมในการทำงานต่าง ๆ
"การเรียนยุค 4.0 ต้องควบคู่ไปกับการทำงานจริง และพัฒนาทักษะ แก้ปัญหา นำมาปรับปรุงพัฒนาตนเอง ไม่มีใครเก่งที่สุด แต่เน้นการมีส่วนร่วมดึงคนเก่งมาช่วยกันทำงาน" ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม กล่าว
สำหรับมหกรรม "ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ" จัดโดย สกศ. วันที่ ๒ สาระการเสวนาต่าง ๆ ยังมีความเข้มข้นและหลากหลาย อาทิ การปาฐกถา "การเชื่อมโยงหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา" โดยวิทยากรที่คุ้นเคยกันดีในวงวิชาการ ดร.เชาวลิต โพธิ์นคร และนางชลธิชา พยัคฆ์พงศ์ พร้อมด้วยวงเสวนาที่น่าสนใจ อาทิ การประกันและประเมินคุณภาพการศึกษา Ted Talk "สร้างแรงบันดาลใจหัวข้อ การศึกษาไทย ปฏิรูปอย่างไร ตรงใจเด็ก"
การเสวนา "แนวทางการปฏิรูปการศึกษาเพื่อการปฏิรูปประเทศ" การบรรยายพิเศษ "บัญญัติ ๑๐ ประการในการใช้หนังสือ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย" "การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง" การอภิปราย "AQRF ก้าวใหม่ของเด็กไทยสู่อาเซียน" โดย ดร.ศิริพรรณชุมนุม กรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ การอภิปราย "ประสบการณ์การเรียนรู้ ร่วมกับนานาชาติจากโครงการวิจัย PISA" "นวัตกรรมทางปัญญาในยุคดิจิทัล"
ทั้งนี้ กลุ่มผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่















