ประชุมกอปศ. ครั้งที่ ๓๗/๒๕๖๑ เร่งส่งร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาต่อครม.ต้นกันยายนนี้

image

 

 

           วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๓๗/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุม การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณา เรื่อง “ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา” “ร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....” และ “ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....”

 

 

          รองศาสตราจารย์ จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้รับมอบหมายจากศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในการแถลงข่าวผลการประชุม กอปศ. ครั้งที่ ๓๗/๒๕๖๑ เปิดเผยว่า หลังจากประชุมหารือเพื่อหาแนวทางจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เมื่อวันที่ ๑๓– ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก และได้ทำการปรับปรุงเนื้อหา จึงได้นำร่างดังกล่าวมานำเสนอต่อที่ประชุม พร้อมรายงานความก้าวหน้าในการรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiedreform.org ซึ่งมีผู้เข้ามาดาวน์โหลดเอกสารกว่า ๙๐๐ คน และมีผู้มาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ขณะนี้ประเด็นที่ทบทวนยังคงประเด็นหลัก ๖ ประเด็นเช่นเดิม ได้แก่ ๑) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ๒) การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๓) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ๔)การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน ๕) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และ ๖) การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ ทั้งนี้ในการประชุมกรรมการให้ความเห็นว่าควรเปลี่ยนเรื่องที่ ๕) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เป็นการปฏิรูปบทบาทหน้าที่และอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

          นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณารายละเอียดแผนการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่จะเสนอในระยะเร่งด่วน จะเกิดการขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรมในเชิงใดบ้าง เรื่องดังกล่าวได้แก่ ๑.การผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... จะต้องผ่านการพิจารณาของ สนช. รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เช่น พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. .... ๒.การทำให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระ โดยต้องมีกฎกระทรวงออกมาให้มีผลในทางปฏิบัติ ๓.ดิจิทัลแพตฟอร์ม ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศช่วยสนับสนุนการศึกษาด้านต่างๆ ๔.ระบบการจัดการผลิตและคัดกรองครู ๕.กรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อเสนอและบทบัญญัติใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และ ๖) หลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่นอกจากจะอยู่ในกฎหมายแล้ว จำเป็นที่จะต้องมีสถาบันหลักสูตร เข้ามาเป็นหน่วยงานในการดูแล ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหลักที่ต้องเดินหน้าขับเคลื่อนให้สำเร็จ คาดว่าจะเร่งดำเนินการและส่งร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสนอต่อรัฐบาลได้ภายในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๑

 

 

          ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ทำขึ้น แบ่งแผนออกเป็น ๓ ระยะ คือ ๑.ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของ กอปศ. (วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ๒.ระยะ ๕ ปี และ ๓.ระยะ ๑๐  ปี ซึ่งตั้งใจว่าแผนจะต้องสมบูรณ์ ๑๐๐% ภายในระยะเวลา ๑๐ ปี ทั้งนี้กำหนดว่า ๖ ประเด็นในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้สังเกตว่ามีบางประเด็นในรัฐธรรมนูญ ที่ต้องทำการตรวจสอบข้อมูลให้มั่นใจ เช่น ค่าตอบแทนของครู กลไกการสร้างระบบคุณธรรมการบริหารงานบุคคล เด็กอนุบาล ๓ ขวบได้เรียนฟรี ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์จะต้องได้เรียนอย่างมีคุณภาพ เป็นต้น

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด