รมว.ศธ.ชื่นชม ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เบื้องหลังขับเคลื่อนเปิดศักราชใหม่ในการประกันคุณภาพการศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อวันที่ (๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง "เปิดศักราชใหม่ในการประกันคุณภาพการศึกษา School - friendly QA: an innovation platform จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้รับความสนใจจากผูู้บริหาร ๕ องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนสำนักงานศึกษาการภาค ผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ผู้บริหารการศึกษาจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนผู้สนใจทั่วไป และสื่อมวลชน ร่วมงานกว่า ๖๐๐ คน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) บรรยายพิเศษความสำคัญตอนหนึ่งว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้บัญญัติให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประเมินคุณภาพภายนอก โดย ศธ. ได้ตรากฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีความมุ่งหวังว่ากฎกระทรวงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาทุกแห่งในการจัดทำการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และลดภาระของสถานศึกษาในการเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก อันนำมาสู่คุณภาพที่สูงขึ้นของสถานศึกษาและผู้เรียนในท้ายที่สุด การจัดสัมมนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติเกี่ยวกับระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นการสร้างระบบความเชื่อมโยง ๓ องค์ปรกอบหลัก โดยมี ๑) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ในฐานะผู้ควบคุมกับกำกับดูแลคุณภาการศึกษา ๒) หน่วยสร้างมาตรฐานของสถานศึกษาที่มีคุณภาพคือต้นสังกัดของสถานศึกษานั้นเอง ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสุดท้าย ๓) คือตัวสถานศึกษาเอง จะทำให้เกิดสถานศึกษาที่มีมาตรฐานและจำทำรายงานผลการประเมินตนเองอย่างไรต่อไป อาจเรียกได้ว่าการประเมินฯ รอบ ๔ นั้น ความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาถือว่ามีจุดลงตัว สิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ๑.สถานศึกษาไม่ต้องส่งตัวชี้วัดอีกต่อไป ๒.สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องสร้างมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของตนเอง และ ๓. สถานศึกษาสามารถพัฒนาและยกระดับการพัฒนาอย่างไร ในรอบ ๔ ปีที่ผ่านมาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมถึง สกศ. ที่มีส่วนผลักดันให้เกิดกฎกระทรวงนี้
"องค์ประกอบสำคัญ ๓ ส่วนในการประเมินคุณภาพการศึกษารอบนี้ ต้องการข้อมูลสำคัญ ๓ ข้อ ประกอบด้วย ๑) มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาอยู่ระดับใด ขณะนี้สถานศึกษาในสังกัด สพฐ. จำนวน ๔,๕๐๐ แห่ง ได้มีการนำร่องการจัดระดับมาตรฐานบ้างแล้ว ๒) หลักฐานสนับสนุนผลการประเมินที่สามารถแสดงการยืนยันข้อมูลได้ และ ๓) แผนการพัฒนาสถานศึกษาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพในขั้นที่ดีขึ้นมีแผนดำเนินการอย่างไร ซึ่งถือเป็นกฎกติกาใหม่เพื่อกำกับทิศทางการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ และถือว่าได้ผ่านกระบวนการคิดและกลั่นกรองอย่างรอบคอบมาแล้วในการยกร่าง ๔ ปีที่ดำเนินการ โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ที่ดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตลอดมา ดังนั้น จุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้ถึงแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เป็นจุดเล็ก ๆ ที่นำไปสู่ก้าวใหม่ ขอให้กำลังใจทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยไปด้วยกัน" นายแพทย์ธีระเกียรติ กล่าว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ เรื่อง "การประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑" ความสำคัญตอนหนึ่งว่า หน่วยงานจัดการศึกษาทั้งในและนอก ศธ. นั้น มีจำนวนมาก ซึ่งภายใต้กฎกระทรวงใหม่มีกลไกการปฏิบัติที่เอื้อต่อการดำเนินการตามมาตรฐานการศึกษาของแต่ละระดับ และเกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับเดิมที่ประกาศใช้เมื่อปี ๒๕๕๓ ไม่สอดคล้องกับหลักการประกันคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง ทำให้การประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กัน เกิดความซ้ำซ้อนและคลาดเคลื่อนการปฏิบัติ ไม่สะท้อนความเป็นจริง เป็นการสร้างภาระแก่สถานศึกษา บุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบเกินความจำเป็น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทั้งนี้ กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๔๗ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ โดยสาระสำคัญ ๓ ส่วน
๑) ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่ รมว.ศธ. ประกาศกำหนด
๒) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ จัดให้มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดำเนินการ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี เพื่อให้การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามวรรคหนึ่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษามีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
และ ๓) เมื่อได้รับรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาแล้ว ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาจัดส่งรายงานดังกล่าวพร้อมกับประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการให้มีการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบซึ่งรวบรวมได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาแห่งนั้นให้แก่สำนักงานเพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก ให้สำนักงานดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินและการติดตามตรวจสอบดังกล่าว พร้อมข้อเสนอแนะให้แก่สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ๆ เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยในการดำเนินการสำนักงานอาจจัดให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาได้ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้นติดตามผลการดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา บรรยายพิเศษ "การประกันคุณภาพการศึกษา สู่การพัฒนาสถานศึกษา" ความสำคัญตอนหนึ่งว่า การประกันคุณภาพรอบใหม่ตามกฎกระทรวงใหม่นี้เป็นมิตรต่อสถานศึกษา ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่หรือเวทีใหม่โดยใช้สถานศึกษาเป็นหลัก กติกาใหม่ใช้มาตรฐานของสถานศึกษาเองไม่ใช่มาตรฐานของต้นสังกัดหรือหน่วยงานอื่นใด และต้องประเมินตนเองด้วย รวมไปถึงการรายงานผลการประเมินรูปแบบใหม่เพื่อสื่อสารและตอบโจทย์มาตรฐานที่ได้รายงาน ส่วนตัวผู้เล่นใหม่อีกประการคือ ฝ่ายปฏิบัติ ผู้บริหาร ครู และหน่วยงานระดับกลางคือ ต้นสังกัด และหน่วยงานกำกับ ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือ คือ สมศ. หรือ ศธ. เห็นได้ว่า ผู้เล่นใหม่ กติกาใหม่ มาตรฐานใหม่ วัตถุประสงค์ใหม่ เป็นการประเมินเพื่อวัดระดับคุณภาพการศึกษา เน้นข้อมูลเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ ประการสำคัญมุ่งเน้นบรรยากาศที่เป็นมิตรสำหรับสถานศึกษาเป็นจิตวิญญาณที่อยู่เบื้องหลังกฎกระทรวงใหม่นี้ ดังนั้น ต้องมีการปรับตัวอย่างก้าวกระโดด
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
อย่างไรก็ดี ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพอสมควร โดยมีกลไกการควบคุม ตรวจสอบ ระบบการบริหาร คุณภาพการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนว่า สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานและบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานต้นสังกัด/กำกับคุณภาพ ซึ่งมีหลักปฏิบัติสำคัญเน้นเชื่อมโยงกลไกการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก สนับสนุนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อใช้ผลประเมินในการพัฒนาคุณภาพ ยึดหลักความเชื่อมั่น เชื่อใจ รับผิดชอบร่วมกัน เปิดโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนายิ่งขึ้น รวมถึงการสื่อสารสร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างเคือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนา เสริมสร้างศักยภาพผู้ปฏิบัติเพื่อใช้ผลประโยชน์จากผลประเมิน และใช้ข้อมูลตามสภาพจริงทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่ออธิบายสภาพของสถานศึกษาและระบบการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญต่อการแสดงความรับผิดชอบควบคู่ไปกับการพัฒนาสถานศึกษาและการเรียนการสอน สร้างระบบที่มีความสมดุลและเชื่อมโยงกันทุกระดับทั้งภายในและภายนอก ประการสำคัญจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ดีกว่า
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทั้งนี้ สกศ. จะได้สรุปสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์จากการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการศึกษารายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตามลำดับ
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่
































































