กอปศ. ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑ ยกระดับมาตรฐานอาชีวะสู่มาตรฐานสากล พุ่งเป้าการศึกษาต้องนำไปสู่การประกอบอาชีพ

image

 

          วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต  โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุม การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณา เรื่อง “การจัดการศึกษาอาชีวศึกษา” และ “สรุปการรับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ จังหวัดปัตตานี”

 

          ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เปิดเผยว่า การยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศ ๔.๐ นั้น จะต้องทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี การศึกษาต้องนำไปสู่การประกอบอาชีพ การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จึงเน้นไปที่ความยืดหยุ่น เช่น หลักสูตรจะต้องมีความยืดหยุ่น ในอนาคตเมื่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้วอาจไม่มีการแบ่งสายวิทย์ สายศิลป์ แต่อาจจะเป็นการเรียนรวมกันทั้งวิทย์และศิลป์ การเรียนระหว่างสายอาชีวะและสายสามัญอาจเรียนควบคู่กันไป เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัดของตนเอง อนาคตเป็นโลกยุคดิจิทัลและโรโบติกส์ อาจทำให้งานบางอย่างหายไปจากระบบ  การจัดการด้านอาชีวศึกษาจึงถือเป็นงานใหญ่ที่มีความสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในอนาคต รวมถึงความต้องการบุคลากรของบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้มองว่าประเทศไทยยังขาดการลงทุนทางด้านทรัพยากรคน ดังนั้นการจัดการศึกษาอาชีวศึกษานอกจากเป็นการเรียนเพื่อสร้างอาชีพแล้วจะต้องผลิตเด็กออกมาให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย ในส่วนการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในจังหวัดปัตตานีนั้น ทำให้ทราบถึงสภาพการจัดการศึกษาของจังหวัดในเขตชายแดนใต้ที่ภาษาหลักไม่ใช่ภาษาไทย จึงมองว่าจะต้องมีการจัดการศึกษาในรูปแบบพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของวัฒนธรรม ภาษา สังคม และความเป็นอยู่ของแต่ละพื้นที่

          ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้พิจารณาเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็น ได้แก่ ๑.ข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในเรื่องการจัดการศึกษาของอาชีวะ โดยแบ่งออกเป็น ๗ เรื่อง คือ ๑) การเรียนแบบทวิศึกษา ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วนักเรียนจะได้ทั้งวุฒิมัธยมปลายและวุฒิของอาชีวะ ๒) การบริหารจัดการอาชีวศึกษา ต้องปรับกลไกให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ๓) ฐานข้อมูลของผู้จบการศึกษากับการมีงานทำ ๔) ทวิภาคีต้องปรับให้ตอบโจทย์กับบริบทในปัจจุบัน ๕) ต้องมีการปฏิรูปครูอาชีวะและการผลิตครูอาชีวะ ๖) เกษตรอาชีวศึกษา มีจำนวนนักเรียนที่สนใจเรียนน้อย ในขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านเกษตร และ ๗) มาตรฐานอาชีวศึกษาจะต้องสามารถอ้างอิงในระดับอาเซียนและเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล ๒. การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องอาชีวะของ BTEC ซึ่งเป็นนโยบายของประเทศอังกฤษที่มีมานานแล้ว และประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา โดยกลไกที่ทำให้ BTEC ประสบความสำเร็จก็ คือ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การให้ทุนการศึกษาและสนับสนุนอย่างเต็มที่ และโอกาสในการมีงานทำสูงถึง ๙๐% เมื่อจบการศึกษา ผู้ที่เรียนจบแล้วสามารถทำงานได้ทั่วโลก จึงเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาชีวศึกษาระหว่างประเทศไทยและประเทศอังกฤษ

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด