สกศ. เปิดเวทีเสวนา ประชุมพัฒนาระบบการศึกษา และนวัตกรรมการวิจัยด้านการศึกษาที่ประเทศต้องการ
วันนี้ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดร. ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ ๓ เรื่อง การพัฒนาระบบวิจัย : นวัตกรรมการวิจัยด้านการศึกษาที่ประเทศต้องการ โดยมี ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค และดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นวิทยากร ณ OEC Data Center อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
ดร. ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การพัฒนาระบบการวิจัยทางการศึกษาถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเรียนรู้ การวิจัยในรูปแบบใหม่ควรทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก การวิจัยเป็นคำตอบที่สำคัญเพราะเป็นแรงผลักดันหรือแรงสนับสนุนที่ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ วิจัยสามารถเป็น ตัวช่วยในการหาคำตอบอย่างมีเหตุมีผลในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางธุรกิจหรือการศึกษา และการทำวิจัยสามารถทำเพื่อไปพัฒนา หาคำตอบใหม่ สร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบสนองตามตามความต้องการของประเทศ ซึ่งการเสวนาในวันนี้ วิทยากรจะช่วยให้มุมมองการพัฒนาการวิจัย เพื่อให้เกิดนวัตกรรมด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย กล่าวโดยสรุปว่า มนุษย์จะมีความสามารถมากขึ้นต้องเกิดจากการเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้เกิดจากความคิด จะทำอย่างไรให้คนคิดให้ได้ เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงควรส่งเสริมให้มีระบบที่สามารถทำให้คนเกิดการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยลดเวลาการลองผิดลองถูก สำหรับการทำวิจัยเพื่อพัฒนาสิ่งสำคัญคือ ต้องทราบว่าเป้าหมายอยู่ที่ใด ขณะนี้อยู่จุดใด และมีหนทางที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ได้อย่างไร เมื่อกล่าวถึงการวิจัยด้านการศึกษา สามารถแบ่งได้ ๒ ด้าน หลัก ๆ คือ ๑) ด้านครุศาสตร์ และ ๒) การบริหารการศึกษา ในด้านครุศาสตร์ จะเน้นทำวิจัยวิธีที่ทำให้คนเกิดการเรียนรู้ เช่น นวัตกรรมการเรียนรู้ การวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะการสอนของครู การพัฒนาหลักสูตร สื่อ ตำรา การวัดประเมินผลสัมฤทธิ์ การใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อช่วยสอน ฯลฯ ส่วนด้านบริหารการศึกษา จะเน้นที่ระบบ โดยพิจารณาว่าจะทำให้ระบบต่างๆ มีประสิทธิภาพอย่างไร มีต้นทุนต่ำ ผลลัพท์สูงอย่างไร เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับ Area Base Education
Cost – effectiveness Analysis เป็นต้น สำหรับนวัตกรรมการวิจัยที่น่าสนใจในอนาคต เช่น ทำอย่างไรให้เยาวชนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ สำหรับโจทย์นี้ สิ่งที่ต้องรู้ เช่น อะไรคือทักษะ การเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ ๒๑ สถานภาพปัจจุบันของเด็กไทยในด้านการเรียนรู้ ทางเลือกในการพัฒนาหรือยกระดับทักษะดังกล่าว ซึ่งสามารถเชื่อมโยงถึงหัวข้อการวิจัย เช่น ตัวชี้วัดและเครื่องมือประเมินทักษะการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ ๒๑ การสำรวจแนวทางการจัดการศึกษาทางเลือกต่างๆ และวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ใหม่ เป็นต้น หรือโจทย์วิจัยที่มีเป้าหมายว่า ระบบการศึกษาสามารถสร้างกำลังคนคุณภาพสูงและตรงความต้องการให้ประเทศได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม สิ่งที่ต้องรู้ เช่น ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในปัจจุบัน ทางเลือกการบริหารจัดการ ฯลฯ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงถึงหัวข้อการวิจัย เช่น ประสิทธิภาพและความที่คุ้มค่าการใช้ทรัพยากรของระบบการศึกษาไทยเปรียบเทียบกับนานาประเทศ การขยายผลนวัตกรรมการเรียนรู้ประสบความสำเร็จเข้าสู่ระบบ เป็นต้น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ กล่าวโดยสรุปว่า “นวัตกรรม” อาจเกิดขึ้นได้จากมุมมองที่แตกต่าง คือ (๑) มุมมองสิ่งใดที่เป็นสิ่งใหม่ อาจเป็นสินค้า บริการ หรือกระบวนการ เมื่อทำขึ้นแล้วสิ่งนั้นสามารถนำไปใช้ได้ หรือนำออกขายในตลาดได้จริง (๒) มุมมองสิ่งที่เกิดจากงานประดิษฐ์หรือวิจัย โดยใช้ความรู้ และสร้างคุณค่า เมื่อทำสำเร็จแล้ว สามารถนำไปพัฒนาทางสังคมหรือเศรษฐกิจ (๓) มุมมองที่เกิดจากความคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบริบทที่เป็นอยู่ ทำแล้วเกิดคุณค่า สามารถแก้โจทย์ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นได้ จึงสรุปได้ว่า นวัตกรรม คือ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เกิดคุณค่า หากกล่าวถึงนวัตกรรมในเชิงธุรกิจแล้ว ปัจจุบันที่ใหม่ขึ้นอย่างหลากหลาย เช่น ธุรกิจแบบ Platform Economy เป็นการเชื่อมต้องการของลูกค้ากับทรัพยากร เพื่ออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่น GRABTAXI บริการเรื่องรถรับส่ง ส่งของ BeNeat บริการเรื่องแม่บ้าน หรือธุรกิจแบบ Sharing Economy เช่น ธุรกิจที่นำบ้านหรือคอนโดมาเป็นห้องพัก เป็นต้น สำหรับด้านการศึกษาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน นักเรียนนักศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น การเรียนต้องปรับจากท่องจำ เป็นการเรียนด้วยประสบการณ์ การได้ลงมือทดลองทำ การเรียนปัจจุบันผู้เรียนต้องการความตื่นเต้นในการเรียนซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและมุ่งหวังว่าเมื่อเรียนแล้วสามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนั้นจะเห็นรูปแบบการเรียนในมหาวิทยาลัย การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน หรือในห้องสมุดเปลี่ยนไปตามรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ปรับเปลี่ยนของผู้เรียน มหาวิทยาลัยควรเน้นการทำวิจัย ผลิตนวัตกรรมใหม่ เพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา และสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยี อาจมีรูปแบบการเรียนที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การเรียนออนไลน์ ฯลฯ นอกจากนี้จุดประสงค์ในการเรียนในมหาวิทยาลัยก็มี การปรับเปลี่ยน แต่ก่อนเรียนเพื่อมุ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในบริษัทหน่วยงานต่างๆ แต่ปัจจุบันหลายคนมุ่งเน้นเป็นผู้ประกอบการหรือมีธุรกิจส่วนตัว มหาวิทยาลัยในยุค ๔.๐ นอกจากจะสอนเพื่อผลิตคนรองรับการเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ แล้วต้องมีการสอนเพื่อสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งรูปแบบที่ผู้เรียนและมหาวิทยาลัยควรคำนึงถึง ๔ ประเด็น ที่จะเป็นแนวทางการประกอบอาชีพในปัจจุบัน ซึ่งผู้ประกอบการบางคนอาจทำได้ทั้ง ๔ ประเด็น แต่บางคนอาจทำได้บางประเด็นก็ได้ ประเด็นดังกล่าว คือ ๑) ทำสิ่งที่ชอบ ๒) สิ่งที่ตอบโจทย์โลก ๓) เป็นสิ่งที่โลกพร้อมจ่ายหรือเป็นสินค้าหรือธุรกิจ ฯลฯ ที่ขายได้ และ ๔) เป็นสิ่งตนทำได้ดี


















