สกศ. ประชุมสภาการศึกษา นัดที่ ๓

image

 

          วันนี้ (๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร) ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา (กกส.) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ โดยมีเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กกส. ให้การต้อนรับและร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

 

 

ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานคณะอนุ กกส. ทั้ง ๙ คณะ ๑) ด้านนโยบายการศึกษาและกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ สรุปความก้าวหน้าว่า ภายใต้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ คณะอนุฯ ได้ขับเคลื่อนงานนโยบายการศึกษาหลายมิติ โดยมุ่งเป้าหมายส่งเสริมการศึกษาเพื่อความมั่นคง อาทิ การจัดการศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) การวางระบบส่งเสริมการอ่าน แก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออก การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนนอกระบบการศึกษา หรือส่งเสริมหลักสูตรระยะสั้นเพิ่มมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นส่งเสริมการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทำอย่างสอดคล้องกับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น

 

     ๒) ด้านระบบฐานข้อมูลและตัวชี้วัด มีความก้าวหน้าการศึกษาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีอยู่เดิม ซึ่งมีความหลากหลาย โดยมีแนวคิดรีเซ็ตจัดระบบใหม่การจัดการฐานข้อมูลใหม่ทั้งระบบ เพื่อกำหนดเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจน และสามารถตอบโจทย์การพัฒนายุทธศาสต์การผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศที่มีความถูกต้องและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนและใช้งานได้อย่างยั่งยืน

 

     ๓) ด้านระบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา มีความก้าวหน้าโดยวางกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรและการเงินคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพส่งเสริมการศึกษา มุ่งเน้นวางมาตรการระยะสั้นเพื่อเปลี่ยนบทบาทจากผู้กำหนดนโยบายเป็นผู้กำกับดูแล (Regulator) ทรัพยากรและการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และวางระบบการจัดสรรงบประมาณต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการใช้งบประมาณที่เหมาะสมกับจำนวนครูและผู้เรียนในระดับต่าง ๆ

 

     ๔) ด้านมาตรฐานการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ มีความก้าวหน้าโดยเร่งยกร่างมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ และหารือร่วมกับคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เพื่อกำหนดคุณลักษณะและสมรรถนะของคนไทยในอนาคตที่มีคุณภาพ และมีความเป็นเลิศตามความถนัดของตนเอง อยู่ระหว่างปรับแก้เนื้อหาเพื่อพิจารณาต่อไป

 

     ๕) ด้านการประเมินผลการศึกษา มีความก้าวหน้าการศึกษาแนวทางและสร้างความชัดเจนการประเมินผลการศึกษา และการประเมินผลการจัดการศึกษา ที่มีการตีความแตกต่างกันและยังไม่ได้ข้อยุติ อยู่ระหว่างการสรุปแนวทางเพื่อพิจารณาการจัดการระบบติดตามประเมินผลการศึกษาต่อไป

 

     ๖) ด้านกฎหมายการศึกษา มีความก้าวหน้าโดยพิจารณาการยกร่างกฎหมายการศึกษา เช่น กฎหมายที่ กอปศ. กำลังยกร่าง กฎหมายซึ่ง สกศ. ได้ยกร่างไว้แล้ว และการพิจารณาทบทวนกฎหมายการศึกษาเพื่อให้มีความทันสมัยและจะได้นำเสนอต่อไป

 

     ๗) ด้านการวิจัยการศึกษา มีความก้าวหน้าในหลายประเด็น มุ่งส่งเสริมการวิจัยเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาและการสร้างนวัตกรรมใหม่ในศตวรรษที่ ๒๑ และรองรับโลกดิจิทัลแห่งอนาคต รวมไปถึงการสนับสนุนการวิจัยสำหรับครูอีกด้วยเพื่อพัฒนาสมรรถนะครู

 

     ๘) ด้านบทบาทของภาคประชาสังคมเพื่อการศึกษา มีความก้าวหน้าโดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในภาคประชาสังคมมาร่วมหารือเพื่อส่งเสริมการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ การศึกษาทางเลือก การศึกษาเฉพาะกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย โดยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเครือข่ายการศึกษาที่ยังกระจัดกระจาย และเตรียมจัดเวทีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปัญหา อุปสรรคในการจัดการศึกษารูปแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อยอดขยายความสำเร็จให้เป็นรูปธรรม

 

     และ ๙) ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬาและภูมิปัญญา ที่มีความก้าวหน้าการศึกษาปัญหา อุปสรรค และวิเคราะห์ภาพรวมการจัดการศึกษาต่าง ๆ อย่างครอบคลุมทั้ง ๕ ด้าน และเตรียมจัดประชุมสัมมนาเพื่อชี้แนะแนวทางยุทธศาสตร์การศึกษาที่เป็นประโยชน์ โดยเห็นว่าควรเพิ่มสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬาและภูมิปัญญา ให้มีความครอบคลุมทุกด้าน ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ จะได้หารือร่วมกับ กอปศ. และรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปรับร่างกฎหมายดังกล่าวให้มีผู้ทรงคุณวุฒิพัฒนาการศึกษาครอบคลุมทุกด้าน

 

 

     ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการของ กกส. และคณะอนุ กกส. ทั้ง ๙ คณะ พร้อมอำนวยความสะดวกการดำเนินงานของทุกคณะ เพื่อสร้างประโยชน์สูงที่สุดในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาชาติ ระยะ ๒๐ ปี นำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

     นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวางถึงแนวทางการสรุปบทเรียนเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ๑๓ คน

ซึ่งติดภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย เพื่อสร้างบทเรียนแบบแผนการทำงานที่มีความโดดเด่นจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้ทำข้อมูลและทำรายงานเก็บไว้เป็นต้นแบบเพื่อเตรียมแผนรับมือภัยธรรมชาติ เช่น ภาวะผู้นำ การส่งเสริมจิตอาสา และการสร้างความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ฯลฯ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีคุณภาพและสมรรถนะด้านต่าง ๆ ของคนไทยในอนาคต และยังได้พิจารณาวางแนวทางระบบติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา โดยยึดแนวทางเดิมที่ กกส. เคยมีมติเห็นชอบไว้แล้ว ดำเนินงานตามกฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบ ติดตาม และประสิทธิภาพงบประมาณการจัดการศึกษาในทุกระดับชั้น และจัดตั้งกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ สกศ. ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา และเน้นย้ำการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนระบบการทำงาน เพื่อบูรณาการการแบ่งปันข้อมูลให้หน่วยงานการศึกษาสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ไปใช้วางแผนกำหนดแนวทางการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด