สกศ.ประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ ขับเคลื่อน ๗ กลุ่มสาขาอาชีพ ตอบโจทย์ความต้องการกำลังแรงงาน
![]() |
วันนี้ (๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑) รองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ โดยมี เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ๓๐๑ ชั้น ๓ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกำลังคน ๗ กลุ่มสาขาอาชีพ โดยดำเนินการจัดทำสมรรถนะและหลักสูตรสำหรับแต่ละอาชีพ ให้สอดคล้องตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ได้แก่
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๑) กลุ่มสาขาอาชีพด้านโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนากำลังคนระบบขนส่งทางราง และการพัฒนาหลักสูตร โดยอาชีพช่างซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางรางเป็นเป้าหมายเริ่มแรก ซึ่งคาดว่าโครงการสร้างรถไฟฟ้ามีความต้องการกำลังคนช่างซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางรางจนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๕ เป็นจำนวน ๗,๒๘๐ คน ทั้งนี้ ข้อมูลภาคการผลิตที่สามารถผลิตได้มีจำนวน ๕,๖๗๐ คน ทำให้เกิดช่องว่างของจำนวนกำลังคนที่ควรพัฒนาเพิ่มเป็นจำนวน ๑,๖๑๐ คน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๒) กลุ่มสาขาอาชีพโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เน้น ๓ อาชีพ ได้แก่ พนักงานควบคุมยานพาหนะมืออาชีพประเภทรถบรรทุก (Smart Driver) นักโลจิสติกส์มืออาชีพเพื่อสินค้าเกษตรที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) และนักวางแผนอุปสงค์ (Demand Planner) ทั้งนี้ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาอาชีพโลจิสติกส์และซัพพลายเชนรองรับการเข้าสู่โลจิสติกส์ไทยยุค ๔.๐ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในแต่ละกิจกรรม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๓) กลุ่มสาขาอาชีพหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ แบ่งเป็น ๓ ระดับสอดคล้องตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ได้แก่ ๑) ระดับที่ ๓ ควบคุมหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. ๒) ระดับที่ ๔ บำรุงรักษาและซ่อมแซมหุ่นยนต์ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. และ ๓) ระดับที่ ๕ ออกแบบติดตั้งระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในระดับปริญญาตรี โดยความสำคัญในการผลิตและพัฒนาซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ให้เร่งผลิตและพัฒนากำลังคนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (System Integrator: SI) เพิ่มขึ้นจาก ๒๐๐ คน เป็น ๑,๔๐๐ คน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) และรองรับการเข้าสู่การเป็นอุตสาหกรรม ๔.๐
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๔) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ มีอาชีพที่จำเป็นเร่งด่วน ๙ สาขาอาชีพ ได้แก่ ๑) นักพัฒนาระบบและนักทดสอบระบบ ๒) นักความปลอดภัยบนเครือข่าย ๓) นักสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ๔) นักแอนิเมชั่น ๕) นักเส้นใยแก้วนำแสง ๖) นักบริหารจัดการโครงการสารสนเทศ ๗) นักการเรียนทางอิเลกทรอนิกส์ ๘) นักการค้าทางอิเลกทรอนิกส์ และ ๙) นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๕) กลุ่มสาขาอาชีพอาหารและเกษตร แบ่งเป็น ด้านอาหาร ประกอบด้วย ๑) ผู้ประกอบอาหารไทยในระดับอาชีวศึกษา ๒) ผู้ประกอบการอาหารเจ้าของกิจการในระดับอาชีวศึกษา ๓) นักจัดการอาหาร (Food Safety) ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา และ ๔) นักวิจัยและพัฒนาอาหารเพื่ออนาคต (Food Researcher) ในระดับอุดมศึกษา ด้านเกษตร ประกอบด้วย ๑) ผู้จัดการเกษตร และ ๒) ผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา โดยมีเป้าหมาย คือ พัฒนาต้นแบบการผลิตและพัฒนากำลังคนกลุ่มอาชีพอาหารและเกษตรให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน รองรับภาคอุตสาหกรรมและการบริการของประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายในสาขาอาชีพอาหารและเกษตร ตลอดจนห่วงโซ่อาหาร และพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการผลิตอาหารและเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
๖) กลุ่มสาขาอาชีพอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงานและพลังงานทดแทน ดำเนินการจัดทำสมรรถนะและหลักสูตร คือ ๑) สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สาขางานช่างเทคนิคในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีในระดับอาชีวศึกษา ๒) สาขาวิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน สาขาช่างควบคุมและบำรุงรักษาระบบการผลิตไฟฟ้า และเทคโนโลยีระบบส่งไฟฟ้าในระดับอาชีวศึกษา โดยมีความต้องการสมรรถนะด้านทักษะการทำงานที่หลากหลาย เข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้และการสื่อสาร ตลอดจนควรมีความรับผิดชอบและการนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
๗) กลุ่มสาขาอาชีพแม่พิมพ์ ดำเนินการจัดทำสมรรถนะและหลักสูตรช่างผลิตชิ้นงานแม่พิมพ์ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) การแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) การบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) และหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotics) โดยมีแผนปฏิบัติการเร่งรัดระยะสั้นและเร่งด่วน ๖ เดือน ถึง ๑ ปี คือ พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ กำหนดรายการครุภัณฑ์และงบประมาณจัดหา และพัฒนาเนื้อหาและหลักสูตรระยะสั้นเตรียมกำลังคนก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาสาขาอาชีพที่เป็นความต้องการของประเทศ เพิ่มเติม ๒ สาขาอาชีพ คือ ๑) สาขาอาชีพผลิตภัณฑ์ยางพารา และ ๒) สาขาอาชีพการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งทั้ง ๒ สาขา เป็นสาขาจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ตอบโจทย์กำลังแรงงานในการเข้าสู่ยุคประเทศไทย ๔.๐ โดยจะการดำเนินงานในระยะต่อไป
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง กล่าวว่า ความท้าทายในการผลิตและพัฒนากำลังคนควรจะคำนึงถึงการวางแผนและคาดการณ์ให้ชัดเจนว่าเมื่อผู้ที่จบการศึกษาออกมาแล้วจะมีงานทำแน่นอน กำหนดเป้าหมายจำนวนผู้ที่จบการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการกำลังแรงงานให้มากที่สุด หากในอีก ๓ ปีข้างหน้า ผู้ที่จบหลักสูตรไม่ตรงกับความต้องการควรจะมีการเตรียมตัวอย่างไร


















































