การดำเนินงานครั้งนี้ สกศ. ลงพื้นที่ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี และโรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงาน แลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ตลอดจนประสบการณ์การทำงานจากคณะครูในสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ
ในช่วงเช้า
ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานอาชีวศึกษากาญจนบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
สาระสำคัญของการประชุม ได้ให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ ดังนี้
- จ.กาญจนบุรี มีความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้มีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆในจังหวัด ในการสนับสนุนการผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนในพื้นที่ดังกล่าว
- ปัจจุบันสัดส่วนผู้เรียนอาชีว : สามัญของจังหวัด เป็น ๓๗ : ๖๓ ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจาก พื้นที่ของจังหวัดมีขนาดใหญ่ แต่สถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดมีจำนวนเพียง ๖ แห่ง แต่ในอนาคตจะขอจัดตั้งเพิ่มเติม ที่ อ.ทองผาภูมิ เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้กับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
- การจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ จ.กาญจนบุรี มีการดำเนินการที่หลากหลาย อาทิ โครงการอาชีวสร้างช่างฝีมือ (โรงเรียนพระดาบส) ที่รับแรงงานเพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นช่างฝีมือระดับสูง มีการฝึกอบรมหลักสูตร ๑ ปี โดยเน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นและมีการประเมินโดยสถานประกอบการ
- จังหวัดมีการประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน อาชีว และอุดมศึกษา ในการพัฒนาผู้เรียนในด้านอาชีพ เช่น รร.ศรีสวัสดิ์พิทยาคม มีความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษในการฝึกอาชีพให้กับเด็กเพื่อสามารถออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ในอนาคต
ทั้งนี้ อนุกรรมการฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการจัดทำข้อเสนอนโยบายเรื่องการจัดการศึกษาเพื่ออาขีพต่อไป
และในภาคบ่าย ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว เป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ติดชายแดนประเทศพม่า นักเรียนในโรงเรียนมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และมีชนกลุ่มน้อย ผู้ด้อยโอกาสอาศัยอยู่มาก
โรงเรียนเปิดโอกาสทางการศึกษาโดยเน้นการเรียนด้านอาชีพ ส่งเสริมวิถีชีวิตพอเพียง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนการสอนโดยใช้ ประโยชน์จากtablet ที่ได้รับจัดสรรจากส่วนกลาง และครูสร้างสื่อการเรียนการสอนผ่าน QR code เพื่อให้เด็กสามารถเเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ดัวกล่าวได้ตลอดเวลาทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แม้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้ของเด็ก แม้จะอยู่ในพื้นที่ชายแดน
นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้ความสำคัญเรื่องทักษะอาชีพ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพตามความสนใจ เช่น ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ที่ให้เด็กได้เรียนรู้โดยอาศัยความร่วมมือจากสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาเป็นอย่างดี เพื่อพร้อมจะต่อยอดไปสู่อาชีพหาเลี้ยงตนเองในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ สกศ. จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปถอดรูปแบบความสำเร็จเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป