กอปศ. ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๑ พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ.การศึกษาชาติ

image

          วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา  ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต  โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุม ในการประชุมครั้งนี้มีการพิจารณา  “รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....”

          ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เปิดเผยว่า คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้นำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อรับฟังความคิดเห็น ทั้งในเว็บไซต์ และการประชุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รวมถึงเครือข่ายเด็กและเยาวชน ซึ่งความคิดเห็นที่ได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะนำไปพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอให้รัฐบาลต่อไป

          รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... มีทั้งหมด ๗ หมวด และ ๑ บทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น ๘๙ มาตรา หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiedreform.org ผลปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้ามาดาวน์โหลด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... กว่า ๓,๐๐๐ ครั้ง และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า ๑๐๐ คน  จากการรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด พบว่าสาระสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง ข้อเสนอแนะส่วนใหญ่ จะเป็นประเด็นเรื่องคำพูดหรือการตีความ ที่คณะกรรมการฯ จะนำมาปรับให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การศึกษาเกิดขึ้นได้จริง  โดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำรายละเอียดต่างๆ เพิ่มในวันที่ ๕ – ๖ กรกฎาคาม ๒๕๖๑  

          ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้อภิปรายเรื่องคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ โดยพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ และอภิปรายถึงหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการชุดนี้  ส่วนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ควรจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และต้องทำให้แผนการศึกษาแห่งชาติมีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนให้สอดรับกับแผนการศึกษาแห่งชาติ หากจะทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเกิดประสิทธิภาพจะต้องมีกลไก คือ ๑.มีคณะกรรมการวิชาการ ช่วยพิจารณาแผนถูกต้องตามหลักวิชาการ ๒.คณะกรรมการดูแลระบบสารสนเทศ เพื่อพิจารณาข้อมูลให้ถูกต้อง ตรงประเด็น ๓.สมัชชาหรือความร่วมมือของทุกภาคส่วน และ ๔.ทีมงานในการติดตามประเมินผล ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติให้ไปในทิศทางเดียวกัน

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด