สกศ. ประชุมการพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูง สำหรับประเทศไทย ๔.๐

image

 

                 วันนี้ (๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์) เป็นประธานเปิดการประชุมการพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ โดยมี ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา (นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา) ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คณาจารย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม มี ศาสตราจารย์ ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ และดร.เพ็ญวรา ชูประวัติ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้นำเสนอการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ และดร.ดิเรก พรสีมา คณบดีวิทยาลัยการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และนายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้อภิปรายนำและให้ข้อเสนอแนะ รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี แย้มกสิกร เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

               ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี มุ่งสู่การพัฒนาประเทศไทยโดยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในด้านการเรียนการสอน เนื่องจากนักเรียนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและค้นหาความรู้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย ครูจึงต้องเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าครูควรจะมีสมรรถนะสูงและมีประสิทธิภาพในการสอนตามพลวัตรที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบด้านนโยบายการศึกษาจึงเล็งเห็นความสำคัญของการผลิตและพัฒนาครูให้มีสมรรถนะสูง จึงร่วมกับคณะนักวิจัยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิจัยการพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ 

               ศาสตราจารย์ ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ และ ดร.เพ็ญวรา ชูประวัติ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอการศึกษาวิจัยดังนี้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากรอบความคิด และสภาพที่พึงประสงค์ของระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูง และพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงที่เหมาะสมสำหรับบริบทของประเทศไทย ผลสรุปจากการศึกษาวิจัย พบว่า เป้าหมายของระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ เชิงคุณภาพ ได้แก่ ๑. มีค่านิยมทางวิชาชีพ ๒. มีสมรรถนะปฏิบัติทางวิชาชีพ ๓. มีทักษะทางวิชาชีพ ๔. มีความยึดมั่นผูกพันในวิชาชีพ ๕. มีความรู้ความเข้าใจทางวิชาชีพ ๖. มีความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้มีผลลัพธ์การเรียนรู้หลักและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยมุ่งผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นพลเมืองคุณภาพมีจิตสำนึกความเป็นพลเมือง เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยคุณลักษณะและคุณธรรม เป็นผู้มีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการทำงานยุคศตวรรษที่ ๒๑ เป็นผู้มีความพร้อมในการดำเนินชีวิต เป็นผู้สร้างสรรค์งานเชิงรุก เป็นผู้มีความพร้อมสำหรับโลกการทำงาน และเป็นบุคคลที่มั่นใจในตนเองและเป็นที่เชื่อมั่นของบุคคลอื่น

                และนำเสนอ กลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑) เป้าหมายเชิงคุณภาพ ได้แก่ ครูที่มีสมรรถนะหลักและความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ ๒) เป้าหมายเชิงปริมาณ ควรจะผลิตครูตามจำนวนที่ผู้ใช้ครูต้องการ ในลักษณะแบบระบบปิด ๓) สถาบันผลิต และระบบการผลิตครู ควรเป็นสถาบันเฉพาะทางที่เป็นของรัฐและเอกชน และผลิตครูด้วยระบบผสม คือ เป็นระบบปิดร้อยละ ๕๐ และระบบเปิดร้อยละ ๕๐ ๔) การบริหารระบบการผลิตครู ควรเป็นการบริหารโดยมีเครือข่ายระดับประเทศ เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางการผลิตครูได้โดยภาพรวม และ ๕) การจัดสรรงบประมาณ ในระบบปิดควรเป็นการให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้เรียนตามค่าใช้จ่ายจริง ส่วนระบบเปิดให้ผู้ที่เข้ารับการศึกษาเสียค่าใช้จ่ายเองตามที่สถานบันกำหนด

               สำหรับ กลไกการขับเคลื่อนระบบการพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย ๔.๐ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑) เป้าหมายเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย ครูที่มีสมรรถนะหลักและความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ ๒) เป้าหมายเชิงปริมาณ คือ ครูทุกคนต้องได้รับการพัฒนาอย่างน้อย ๓๐ ชั่วโมงต่อปี ๓) สถานบันผลิตครู สถานศึกษา และตัวครูผู้พัฒนา ควรรับผิดชอบในการพัฒนาครู ๔) รูปแบบการพัฒนาครู ได้แก่ การพัฒนาแบบผสมผสานกันระหว่างการพัฒนาครูแบบพัฒนาในเวลาปฏิบัติงาน (On-the-job Training) การพัฒนาในเวลานอกเหนืองาน (Off-the-job Training) และแบบออนไลน์ และ ๕) การบริหารระบบการพัฒนาครู แบ่งเป็น ๑. การบริหารระบบครู ควรบริหารโดยหน่วยงานต้นสังกัดในเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีเครือข่ายเชิงพื้นที่ในระดับชาติและเขตพื้นที่การศึกษา และ ๒. ผู้ที่ควรรับผิดชอบ คือ หน่วยงานต้นสังกัดในจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และ ๖) การจัดสรรงบประมาณ ควรเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและครูสามารถใช้งบประมาณสนับสนุนพัฒนาครูรายบุคคล จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปี ไปใช้ในการพัฒนาครูแบบพัฒนาในเวลาปฏิบัติงาน และการพัฒนาด้วยตนเอง

 

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด