กอปศ.จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....
![]() |
![]() |
วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..... ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาร่วมกับคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธาน
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
การประชุมแบ่งออกเป็นภาคเช้าและภาคบ่าย ภาคเช้าเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภาคบ่ายเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานในส่วนภูมิภาค มีประเด็นการรับฟังความคิดเห็น ๑๐ ประเด็น ดังนี้ ๑.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๑ หน้าที่ของรัฐอย่างไร ๒.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๒ สิทธิและหน้าที่อย่างไร ๓.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๓ การจัดการศึกษาอย่างไร ๔.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๔ ครู บุคลากรทางการศึกษา และการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร ๕.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๕ การพัฒนาและการกำกับดูแลระบบการศึกษาอย่างไร ๖.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๖ แผนการศึกษาแห่งชาติ และทรัพยากรเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้อย่างไร ๗.ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๗ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติอย่างไร ๘.ท่านคิดว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ขจัดอุปสรรคในการบริหารและจัดการศึกษาหรือไม่ อย่างไร ๙.ท่านคิดว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... รับรองทิศทางการศึกษาในอนาคตหรือไม่อย่างไร และ ๑๐.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ ทั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาธิการภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา เข้าร่วมประชุมและให้ข้อคิดเห็นกว่า ๒๐๐ คน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา มุ่งมั่น ตั้งใจ และทุ่มเท ในการทำงานมาโดยตลอด เพื่อนำมาสู่การปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ทำการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้านการศึกษา และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับปัญหาทางการศึกษามีอยู่ ๔ เรื่อง คือ ๑.คุณภาพการศึกษา ๒.ประสิทธิภาพของระบบการศึกษา ๓.ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และ ๔.ความสามารถในการแข่งขันของชาติ ซึ่งการศึกษาเป็นเครื่องมือที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....ฉบับนี้เป็นการถอดหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญออกมา เป็นเสมือนธรรมนูญการศึกษาของประเทศ เนื้อหาในพ.ร.บ.นี้เน้นประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการแก้ไข ส่วนรายละเอียดจะนำไปเขียนไว้ในกฎหมายลูก แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแผนการศึกษา จึงขอรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านที่มาร่วมประชุมในวันนี้ เพื่อนำความคิดเห็นที่ได้ไปพิจารณาและแก้ไขให้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเพียงคณะเดียว แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน และของทุกภาคส่วน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการจัดระบบการศึกษาของประเทศให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งสร้างคนดีและเก่ง ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามความถนัด ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างเสริมให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยมีหลักการและกรอบแนวคิดที่สำคัญ คือ ๑.การมุ่งเน้น การจัดระบบการศึกษาโดยรวม ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ทั้งการศึกษาตามระบบ การศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต การศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงมีระบบเทียบเคียงเทียบโอนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ๒.ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนการสอนในการศึกษาตามระบบสำหรับผู้เรียนทุกระดับ โดยให้มีการผลิตครูที่มีคุณภาพ การจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอนแห่งชาติ เพื่อวิจัยและพัฒนาหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรฐานสมรรถนะ การประกันคุณภาพการศึกษาที่ต้องคำนึงถึงความหลากหลาย ๓.ให้ความสำคัญต่อสถานศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพ โดยให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการทางวิชาการ บุคลากร การเงิน และการบริหารทั่วไป รวมถึงให้ภาคเอกชนสามารถร่วมจัดการศึกษาหรือรับผิดชอบเป็นผู้จัดการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐได้ และการจัดตั้งเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๔.ส่งเสริมให้ระบบการศึกษาสามารถช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีประสิทธิผล และ ๕.มุ่งเน้นการจัดระบบเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางในการบริหารจัดการเชิงระบบ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลของระบบการศึกษาในภาพรวม โดยตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักด้านนโยบาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบทบาทของชุมชน
ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศช่วงเช้าและบ่ายได้ที่



































