กอปศ.แถลงผลงานครบรอบ ๑ ปี
วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และนายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ยังมีการแถลงผลงานปฏิรูปการศึกษาในโอกาสครบรอบ ๑ ปี ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี ชั้น ๓ สกศ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
การแถลงผลงานเริ่มโดย นางภัทรียา สุมะโน ประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคม กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและตัวแทนหน่วยงานด้านการศึกษา พร้อมกับฉายวีดิทัศน์ชุด ED Talk (คุ้ยเรื่องเรียน กับเซียนการศึกษา) จากนั้นเป็นการแถลงผลงาน โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวเปิดการแถลงผลงาน พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าของการปฏิรูปการศึกษาในประเด็นสำคัญ ร่วมด้วยประธานอนุกรรมการที่รับผิดชอบการปฏิรูปทั้ง ๕ ด้าน ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ นายไกรยส ภัทราวาท เลขานุการคณะอนุกรรมการกองทุน (แทนประธานอนุกรรมการ) ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก รศ.ศิริเดช สุชีวะ ประธานคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ ผศ.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน และผศ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ วันนี้จึงเป็นวันที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาดำเนินงานมาครบ ๑ ปี แต่เนื่องจากอายุการทำงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีอายุเพียง ๒ ปี การทำงานจึงเป็นไปด้วยความเข้มข้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาเนื่องมาจากวิกฤตทางการศึกษาไทยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพของระบบ ทั้งนี้หัวใจการปฏิรูปการศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้นโรงเรียนต้องมีความเป็นอิสระ มุ่งสู่มาตรฐานสากล ต้องมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงต้องมีสถาบันหลักสูตรและการเรียนการสอน ซึ่งหลักสูตรต้องเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะเพื่อรองรับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ นอกจากนี้ยังได้ตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้เป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด (quick win) ซึ่งประกอบด้วย สื่อเพื่อการเรียนรู้ระดับต้น สื่อการพัฒนาครูระดับต้น การประเมินสมรรถนะระดับต้น และการประเมินสมรรถนะเพื่อการศึกษาต่อ รวมถึงการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา การปฏิรูปอาชีวศึกษา การปฏิรูปการศึกษาเอกชน และการปฏิรูปการศึกษาตามอัธยาศัย
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
























































