สรุปประเด็นการสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา ประเด็น ผลการประชุมสภาการศึกษา
| ผู้ดำเนินรายการ : |
รายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา ได้รับเกียรติจาก ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมสนทนาประเด็น “ผลการประชุมสภาการศึกษา” ทราบมาเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ โดยมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร) เป็นประธานการประชุม ขอเรียนถามท่านรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) ถึงประเด็น สาระสำคัญ และผลที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้ |
||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : |
การประชุมในครั้งนี้มีวาระการประชุม ๕ เรื่อง ได้แก่ ๑) ร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ... ๒) การขออนุมัติเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวแก่ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดโดยบุคคล องค์กรวิชาชีพ องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน และลดหย่อนภาษีและยกเว้นภาษีแก่ผู้จัดการศึกษา ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓) ร่างกฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือก ประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ... ๔) การจัดตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และ ๕) การจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้เป็น “เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” สำหรับ ร่าง มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอให้เพิ่มการรับฟังความคิดเห็นจากกรรมการสภาการศึกษา คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจึงตั้งคณะทำงานปรับปรุงร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) และ แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ |
||
|
ผู้ดำเนินรายการ :
|
ร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับใหม่ แตกต่างจากฉบับเดิมอย่างไร | ||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : | ร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับใหม่มีความสอดคล้องกับแนวทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งกำหนดคุณลักษณะของผู้เรียนที่ดีต้องให้เกิดขึ้น ไว้ในมาตรา ๕๔ ที่ระบุว่า “การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ...” ภายใต้กรอบแนวคิดสำคัญ ดังนี้ ๑) บุคคลผู้เรียนรู้ ๒) ผู้ร่วมสร้างสรรค์สังคม และ ๓) ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยมีข้อกำหนดเรื่องการจัดการเรียนการสอนในแต่ละระดับ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้กำหนดตัวชี้วัดอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้างมาตรฐานครู ๔.๐ ลดภาระครูในการประเมินวิทยฐานะเพื่อสร้างลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์ในอนาคต นำไปใช้เป็นกรอบการจัดการศึกษา การวัดผลและประเมินผลทั้งตัวครูและผู้เรียนบูรณาการกับแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และแนวทางจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ กรรมการสภาการศึกษาจะรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป | ||
| ผู้ดำเนินรายการ : | ประเด็นอื่นที่น่าสนใจ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง | ||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : |
ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการขออนุมัติเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวแก่ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดโดยบุคคล องค์กรวิชาชีพ องค์กรชุมชน และองค์กรเอกชน โดยให้ลดหย่อนภาษีและยกเว้นภาษีแก่ผู้จัดการศึกษา ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในอัตราเดียวกับการจัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว คือ ระดับปฐมวัย ได้รับเงินอุดหนุน ๗,๑๙๒ บาท ระดับประถมศึกษา ได้รับเงินอุดหนุน ๗,๓๖๒ บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับเงินอุดหนุน ๑๐,๒๗๖ บาท และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้รับเงินอุดหนุน ๑๐,๖๐๖ บาท รวมทั้งให้ได้รับการลดหย่อนและยกเว้นภาษีแนวทางเดียวกับที่รัฐให้การสนับสนุนการศึกษาเอกชน
สำหรับการจัดตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มจำนวน โดยยึดเขตปกครองจังหวัดเป็นพื้นฐาน จากเดิม ๔๒ เขต เป็น ๗๘ เขต เพื่อให้ครบทุกจังหวัด และให้กรุงเทพมหานครมี ๒ เขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในสังกัดมากกว่า ๒๕๐,๐๐๐ คน ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอใช้วิธีการเกลี่ยกรอบอัตราทรัพยากรทั้งด้านวัสดุ อุปกรณ์ อาคารที่ดินสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งบุคลากรเดิมที่มีอยู่ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามภารกิจและปริมาณงานที่เหมาะสม โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายของกรรมการสภาการศึกษา (กกส.) ตั้งข้อสังเกตเรื่องอำนาจหน้าที่ของ สพม. ซึ่งต้องไม่เพิ่มอัตราบุคลากร แต่เพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลกัน เพื่อลดความสิ้นเปลื้องงบประมาณสำหรับการจัดตั้งสำนักงานเขตพื้นที่ดังกล่าว โดยขอให้ สพฐ. รายงานผลการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนให้ กกส. พิจารณาเป็นระยะ |
||
| ผู้ดำเนินรายการ : | รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร) ประธานการประชุม ได้ให้นโยบายและแนวทางในการดำเนินงานกับกรรมการสภาการศึกษาอย่างไรบ้าง | ||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : | ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญต่อบทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของกรรมการสภาการศึกษา โดยเน้นย้ำเรื่องการติดตามขับเคลื่อนแผนการศึกษาชาติ การจัดทำมาตรฐานการศึกษาของชาติ และการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาในภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงภารกิจการเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จะช่วยให้ สกศ. มีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยการพัฒนานโยบายการศึกษาให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศต่อไป | ||
| ผู้ดำเนินรายการ : | หลังจากนี้กรรมการสภาการศึกษาจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ประเด็นใดที่ควรดำเนินการเร่งด่วน | ||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : | จากนี้ จะเร่งทบทวนนโยบายโดยเฉพาะการขับเคลื่อนแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ สู่การปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เพื่อนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติการทุกระยะ ๕ ปี ต่อจากนี้ | ||
| ผู้ดำเนินรายการ : |
สุดท้ายนี้ ขอให้ท่านรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) ฝากอะไรถึงผู้รับฟังรายการรอบรั้วเสมา
|
||
| รองเลขาธิการสภาการศึกษา : |
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้นัดหมายการประชุมสภาการศึกษาอีกครั้งช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๑ จากนี้ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาทั้ง ๙ ด้าน ได้แก่ คณะที่ ๑ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านนโยบายการศึกษา และกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ คณะที่ ๒ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านระบบฐานข้อมูลและตัวชี้วัด คณะที่ ๓ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านระบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา คณะที่ ๔ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านมาตรฐานการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ คณะที่ ๕ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการประเมินผลการศึกษา คณะที่ ๖ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านกฎหมายการศึกษา คณะที่ ๗ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการวิจัยการศึกษา คณะที่ ๘ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านบทบาทของภาคประชาสังคมเพื่อการศึกษา และคณะที่ ๙ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา และภูมิปัญญา จะจัดประชุมและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อทบทวนทิศทางการพัฒนาการศึกษาของไทยว่ามีตัวแปรใดบ้างที่ส่งผลต่อนโยบายการศึกษา ก่อนจะนำประเด็นดังกล่าว เป็นวาระพิจารณาของที่ประชุมสภาการศึกษาในครั้งถัดไป ขอเชิญประชาชนและผู้ที่สนใจการศึกษาของชาติสามารถให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาได้ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ๙๙/๒๐ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ เว็บไซต์ www.onec.go.th และ Facebook Fanpage “เด็กไทยในฝัน โดยสภาการศึกษา” |
||
| ผู้ดำเนินรายการ : | สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณ ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ที่มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ท่านผู้ฟังรายการรอบรั้วเสมา | ||
| ....................................................................................... | |||

