สกศ. ประชุมสภาการศึกษา นัด ๒

image

 


        วันนี้ (๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) ประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ โดยมีคณะกรรมการสภาการศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์) กรรมการและเลขานุการ รวมทั้งผู้บริหาร และข้าราชการ สกศ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา




        หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กล่าวเปิดการประชุมและเน้นย้ำเรื่องการน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐  โดยเฉพาะใน ๔ ประเด็น คือ ๑) การศึกษาต้องทำให้คนมีทัศนคติที่ถูกต้อง ๒) การศึกษาต้องให้มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ๓) การศึกษาต้องทำให้มีงานทำ มีอาชีพ และ ๔) การศึกษาต้องทำให้คนเป็นพลเมืองที่ดี มาใช้จัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชน  พร้อมขยายผลจากหน่วยงานส่วนกลางสู่โรงเรียนผู้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเน้นให้ติดตามและประเมินผลเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งระบบ  ทั้งเน้นปลูกฝังให้เยาวชนไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่านการเขียน


 


       ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ย้ำว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีความพยายามอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ “เด็กทุกคนต้องทำงานเป็น รักการทำงานและการประกอบอาชีพ” สอดคล้องกับพระราโชบายที่ว่าการศึกษาต้องทำให้มีงานทำ

ที่ประชุมได้ร่วมแสดงข้อคิดเห็นและพิจารณาประเด็นสำคัญในการดำเนินงานของ สกศ. ได้แก่               

        ๑) ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ  กรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐ จากนั้น สกศ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนา นอกจากนี้ต้องเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสังคมเพื่อเล็งถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงคุณวุฒิการศึกษากับมาตรฐานแรงงาน  
        ๒) ร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติ ปัจจุบัน สกศ. ได้ดำเนินการทบทวนมาตรฐานการศึกษาของชาติฉบับใหม่เพื่อกำหนดให้สามารถตอบโจทย์และสอดคล้องกับการสร้างให้เยาวชนเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ ๒๑ โดยประกอบด้วย มาตรฐานที่ ๑ คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ “คนดี มีทักษะการเรียนรู้ พึ่งพาตนเองได้” มาตรฐานที่ ๒ แนวการจัดการศึกษา “การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ และการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน” และ มาตรฐานที่ ๓ การสร้างวิถีการเรียนรู้ “การสร้างวิถีการเรียนรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” 


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


        ที่ประชุมได้ร่วมอภิปราย (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติอย่างหลากหลายในประเด็นต่างๆ อาทิ ให้เน้นเรื่องการเป็นพลเมืองดี มีวินัย ให้อิสระในการคิดของเด็กเยาวชนแต่ต้องควบคู่กับการสร้างจิตสำนึก ผสมผสานความเป็นไทยกับมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงการพัฒนาเยาวชนให้เข้ากับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต  ให้รู้จักเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงครูและผู้บริหารสถานศึกษาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ฯลฯ ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะฝ่ายเลขานุการ นำ (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติมาปรับปรุงตามข้อเสนอของคณะกรรมการสภาการศึกษา โดยเน้นให้ตอบสนองต่อพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ แนวทางการปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้นนำกลับมาให้คณะกรรมการสภาการศึกษาพิจารณาอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีหลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับทุกประเภททางการศึกษาต้องนำมาตรฐานนี้ไปแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

 

 
 
 
 
 
 
 
 

        พร้อมนี้ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา แบ่งประเด็นความสำคัญออกเป็น ๘ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านนโยบายการศึกษาและกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ ๒) ด้านระบบฐานข้อมูลและตัวชี้วัด ๓) ด้านระบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา ๔) ด้านมาตรฐานการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ ๕) ด้านการประเมินผลการศึกษา ๖) ด้านกฎหมายการศึกษา ๗) ด้านการวิจัยการศึกษา และ ๘) ด้านบทบาทของภาคประชาสังคมเพื่อการศึกษา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีข้อเสนแนะให้เพิ่มคณะอนุกรรมการอีก ๑ คณะ คือ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านคณะศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญา ทั้งนี้ แต่ละอนุกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญผู้ที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้าน เพื่อให้เกิดความครบถ้วนทุกประเด็นที่สำคัญสอดคล้องกับการทำงานครบทุกภาคส่วน 

ท่านสามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่


image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด