เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๐
|
|
เมื่อวันที่ (๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ร่วมการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๐ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เป็นประธานการประชุม และผู้บริหารหน่วยงาน ๕ องค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
![]() |
![]() |
|
|
|
|
![]() |
|
|
![]() |
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
ให้กระทรวงศึกษาธิการขยายผลเรื่องภาษาอังกฤษ นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับข้าราชการในทุกส่วนราชการ เพื่อต้องการให้ข้าราชการได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง ด้วยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Echo English มาฝึกฝนภาษาอังกฤษ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับปรุงระบบ Server ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบได้ง่าย และใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดการใช้เอกสารหรือกระดาษ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานราชการ ลดปริมาณการใช้กระดาษหรือลดการใช้เอกสาร โดยขอให้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าจะลดปริมาณการใช้กระดาษได้เท่าไร เช่น เมื่อเด็กทำเรื่องขอจบการศึกษา ไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชนมายื่น แต่สถานศึกษาควรเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยในการขอดูข้อมูลทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนได้
ประเด็นจากการประชุมองค์กรหลัก
การประชุม Super Board ด้านการศึกษาครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันที่ ๑๓ กรกฎาคมนี้ โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้มีการนำเสนอเรื่องสะเต็มศึกษาในที่ประชุมด้วย เนื่องจาก ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for STEM Education : SEAMEO STEM-ED) ในประเทศไทย รวมทั้งจะได้มีการหารือในประเด็นการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาของไทยในฐานะที่เป็นศูนย์สะเต็มศึกษาระดับภูมิภาค การปรับระบบการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอน การวัดผลและประเมินผลให้มีความสอดคล้องกันระหว่างเนื้อหาที่เรียนและเนื้อหาที่ออกข้อสอบ การขยายโรงเรียนสะเต็มศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางที่จะอบรมครูผู้สอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายการอบรม Boot Camp ของภาษาอังกฤษที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยคาดว่าจะคัดเลือกครูผู้สอนสะเต็มศึกษาจำนวน ๑,๐๐๐ คน จากครูโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และคัดเลือกครูที่อยู่ในระบบอีกกว่า ๕๐๐ คน รวมทั้งสิ้น ๑,๕๐๐ คน เข้าร่วมการอบรม รวมทั้งจะนำเสนอผลการดำเนินโครงการและการขยายผลโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment: Vocational Boot Camp) ในที่ประชุมด้วย
การขยายผลโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment: Vocational Boot Camp) ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการขยายผลโครงการดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยให้หน่วยงานดังกล่าว รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกันหารือเกี่ยวกับการเทียบโอนว่า การฝึกอบรมวิชาใดสามารถเทียบโอนได้บ้าง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเก็บเป็น Credit Bank และนำไปใช้ประกอบการศึกษาต่อได้
ให้สถานศึกษาพิจารณาการซื้อผลผลิตทางการเกษตร ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทุกจังหวัด ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ว่า มีสินค้าเกษตรอะไรบ้างที่สถานศึกษาสามารถไปซื้อวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้นมาประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียน โดยอาจจัดซื้อผ่านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หรือซื้อผ่านพ่อค้าโดยตรงก็ได้ ซึ่งการดำเนินการไม่ได้เป็นการทำลายระบบตลาด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น
การผลิตครูหลักสูตร ๔ ปี กรณีที่คณะกรรมการคุรุสภาได้เห็นชอบในหลักการ ตามที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เสนอให้กลับไปผลิตครูในหลักสูตร ๔ ปีนั้น ที่ประชุมได้กำชับให้คุรุสภาชี้แจงรายละเอียดเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน และเน้นย้ำให้ดำเนินการโดยไม่ไปก้าวล่วงวิชาชีพครู โดยรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเสนอต่อสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย





