วันนี้ (๒ มิถุนายน ๒๕๖๐) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๑/๒๕๖๐ โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร. สุเทพ ชิตวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร. สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม กำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งนับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในวงการศึกษาของประเทศไทยยุคใหม่ หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว คณะกรรมการอิสระฯ ได้เกิดขึ้น มีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ชัดเจนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และต้องบรรลุภารกิจ มีผลลัพธ์ที่ชัดเจนตามกฎหมายการปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองทุนเพื่อการศึกษา ต้องเสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี การปฏิรูปด้านอื่น ๆ ต้องมีข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายภายใน ๒ ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก วันนี้ ผู้บริหารระดับสูงทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาธิการมาเพื่อทำความรู้จักกับคณะกรรมการฯ เพื่อ การเชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกันต่อไป และมีความยินดีว่าคณะกรรมการชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญในแง่มุมต่างๆ เป็นความหวัง เป็นแสงสว่างที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมสนับสนุนภารกิจของคณะกรรมการชุดนี้ ให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูล ความร่วมมือ ฯลฯ
 |
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ขอขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ที่ให้ความไว้วางใจและให้โอกาสในการทำหน้าที่นี้ เห็นชัดว่าประเทศไทยมีความพยายามที่จะปรับปรุงการศึกษาให้มีความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น พลังทางด้านความตั้งใจไม่ว่าคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนปฏิรูป คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และองค์กรต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า ต้องการผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีอิสระในความคิด แต่ไม่ใช่อิสระโดยการตั้งต้นจากศูนย์ สิ่งที่เป็นผลสัมฤทธิ์ออกจากคณะกรรมการอิสระชุดนี้ต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้ผลจริง
 |
 |
“คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความคิด ประสบการณ์ มีผลงานมากมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยมีภารกิจดังนี้ ๑) ศึกษาและเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ๒) ศึกษาและเสนอแนะกลไก และระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ปกรอบวิชาชีพครู และอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรม ในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู ๓) ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนๆ ได้ตามความถนัด ๔) ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ และ ๕) ร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพ และประสิทธิภาพครู ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระฯ มีวาระ ๒ ปีเว้นแต่คณะรัฐจะมีมติเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมาก แต่จะทำให้ไปถึงจุดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ และนำไปปฏิบัติจริงได้ จำเป็นที่จะต้องปรับการศึกษาให้สำเร็จลุล่วงได้ดียิ่งขึ้น” ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา” กล่าว
ท่านสามารถดูภาพบรรยาการได้ที่
