เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดสัมมนาวิชาการ เรื่อง สภาวะการศึกษาไทยกับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปี ๒๕๕๙
วันนี้ (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง สภาวะการศึกษาไทยกับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปี ๒๕๕๙ โดย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ประธานเปิดการสัมมนา ได้รับเกียรติจาก ดร.รุ่งแก้วแดง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมเป็นวิทยากรสัมมนา ณ ห้องปิ่นเกล้า โรงแรมเอสดี อเวนิว กรุงเทพมหานคร
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำเสนองานวิจัยเรื่องสภาวะการศึกษาไทย ปี ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙ กล่าวว่า ได้ดำเนินการแสวงหาข้อมูล เนื้อหาสาระ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างหลากหลายรูปแบบ และใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องย้อนหลังเป็นเวลาหลายปี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิดหลักการทางเศรษฐศาสตร์และวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบนโยบายการศึกษาในช่วงที่ผ่านมาบางส่วน เช่น โครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี กลไกประชารัฐการศึกษา โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น แนวทางยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ แนวทางการปฏิรูปการศึกษา การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๕ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมทั้งการให้การอุดหนุนของรัฐในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชนอย่างยั่งยืน ฯลฯ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กล่าวว่า สภาวะการศึกษาไทยดังกล่าวได้สะท้อนข้อมูลที่ชัดเจนของแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทย โดยดำเนินการสรุปและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่มีรากฐานมาจากหลักคิดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเข้มข้น และการกระจายอำนาจด้านการศึกษาอย่างจริงจัง และมีส่วนสำคัญส่งเสริมให้สถานศึกษามีแรงจูงใจมากพอที่จะพัฒนาให้บริการการศึกษาของหน่วยงานให้มีคุณภาพอยู่เสมอ ภายใต้ ๘ แนวทาง ประกอบด้วย ๑. ส่งเสริมกระจายอำนาจด้านการศึกษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ๒. ใช้คูปองการศึกษาเป้นเครื่องมือในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโดยตรงต่อผู้เรียน ๓. ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทด้านการศึกษามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ๔. ส่งเสริมให้ภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ให้บริการการศึกษาเด็กปฐมวัยเป็นหลัก ๕. เพิ่มการลงทุนในระดับปฐมวัย ๖. พัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาด้วยการเพิ่มทักษะที่ไม่เจาะจง เพิ่มคุณภาพการศึกษาอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีทักษะสูงที่เน้นความสำคัญด้วยวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ๗. ปรับเพิ่มสัดส่วนเวลาเรียนในวิชาหลัก ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยปรับลดเวลาเรียนวิชาอื่น และประการสำคัญ ๘. เร่งจัดทำข้อมูลรายบุคคลด้านการศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเข้มข้นและการกระจายอำนาจด้านการศึกษาอย่างจริงจัง
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สภาวะการศึกษาไทยและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นสิ่งสำคัญ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในยุทธศาสตร์ ที่ ๒ ที่เน้นหนักการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต ๒๐ ปี ข้างหน้า โดยสืบสานพระราชปณิธานสานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และรับสนองพระบรมราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระปรีชาอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมการศึกษา สนับสนุนโรงเรียนตามแนวพระราชดำริ ทรงเอาพระทัยใส่จัดตั้งกองทุนการศึกษาต่าง ๆ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงพระราชทานปริญญาบัตรในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และ ทรงเน้นย้ำดูแลเด็กตั้งแต่ก่อนปฐมวัย และการผลิตและพัฒนาครูทั้งระบบ เพื่อเป็นแม่แบบที่ดีสร้างคลิกภาพอุปนิสัยที่ดีงามแก่เด็กรุ่นใหม่ ปรับทัศนคติ และปรับพื้นฐานชีวิตด้านอุปนิสัยให้มีคุณธรรม อบรมเด็กให้เป็นคนดี มีศีลธรรม จรรยา วัฒนธรรม และสำนึกรับผิดชอบ เป็นทั้งคนเก่ง และคนดี
“รายงานวิจัยสภาวะการศึกษาไทยและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ๒๕๕๙ นับเป็นผลงานวิชาการที่สามารถชี้จุดอ่อน และเสริมจุดแข็งด้านการศึกษา และยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป้นประโยชน์ ๘ ข้อดังกล่าว ทาง สกศ. จะได้นำไปใช้สรุปและวิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อใช้ปรับในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๔ รายงานเสนอนายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการและพช่วยพลิกโฉมวงการการศึกษาไทยสอดรับกับนโยบายประเทศไทย ๔.๐ ต่อไป” เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าว












