วันนี้ (๒๐ ก.ย.๒๕๕๙) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วม กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดปาฐกถาและเสวนา ๑๕๐ ปี ชาตกาล เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ตอน “การศึกษาคือรากของแผ่นดิน” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมวิชาการครั้งแรกในเฉลิมฉลองยกย่องเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดงาน และศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาหัวข้อ “๑๕๐ ปี ชาตกาล เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์ เปีย มาลากุล)” บุคคลสำคัญของโลก หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง การศึกษาคือรากของแผ่นดิน : จาก ๒๔๔๑ – ๒๕๕๙ ความจริงยังจารึก โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ ศาสตราจารย์พิเศษจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ศาสตราจารย์กิติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ รองศาสตราจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์ ดำเนินรายการโดย ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่
ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์ เปีย มาลากุล) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ท่านที่ ๓ ทรงเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ วงการศึกษา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กราบบังคลทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้แบ่งระดับการศึกษาสยามให้สอดคล้องกับนานาอารยะ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ระดับมูลศึกษา ประถมศึกษา มัชฌิชศึกษา ปัจฉิมศึกษาและ ศึกษาพิเศษ อันเป็นที่มาของจัดทำ “โครงแผนการศึกษาในกรุงสยามของกรมศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๔๑” ซึ่งเป็นแผนการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ เจ้าพระยาพระเสด็จ สุเรนทราธิบดี ได้มีส่วนก่อรากฐานอุดมศึกษาในสยาม ด้วยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๕ ต่อมาคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้ หม่อมราชวงศ์ เปีย มาลากุล จึงเป็นหนึ่งในปัญญาชนท้องถิ่นกลุ่มแรก ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายทางการศึกษาของชาติที่สอดคล้องกับอารยประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการศึกษาสมัยใหม่ เพื่อเตรียมทรัพยากรมุนษย์ด้วยการบ่มเพาะความเป็นชาตินิยม ภายหลังการยึดครองของจักรวรรดิตะวันตก เป็นกระบวนการสร้างจิตสำนึกคนในชาติ เพื่อรองรับการปฏิรูปประเทศที่เกิดขึ้นเองภายในประเทศ มิได้เกิดจากนโยบายของเจ้าอาณานิคมดังที่ปรากฏในภูมิภาคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จึงเสนอชื่อเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก เพื่อพิจารณาและประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในโอกาสครบ ๑๕๐ ปี โดยเป็นคนไทยลำดับที่ ๒๗ ที่ได้รับเกียรติคุณนี้