OEC Forum นัดที่ ๑๑ เสวนา “สมรรถนะเด็กปฐมวัยไทย : ก้าวไกลสู่มาตรฐานอาเซียน”

image

          วันนี้ (๑๓ กันยายน ๒๕๕๙) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ ๑๑ เรื่อง "สมรรถนะเด็กปฐมวัยไทย : ก้าวไกลสู่มาตรฐานอาเซียน" โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ประธานเปิดประชุม ได้รับเกียรติจาก ดร. สายสุรี จุติกุล รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ นางธิดา พิทักษ์สินสุข กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย และนายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ร่วมอภิปราย ได้รับความสนใจจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมเสวนา   ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 
   

          ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สมรรถนะของเด็กปฐมวัยไทย มีความสำคัญมาก โดย สกศ. ตระหนักถึงความสำคัญการพัฒนาสมรรถนะของเด็กปฐมวัย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับลงประชามติ มาตรา ๕๔ บัญญัติว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา ๑๒ ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล โดยมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ ๒๘/๒๕๕๙ สั่งให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๕ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนและมีผลตามกฎหมาย

 
   

          เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ทิศทางการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าวของรัฐบาล จึงเพิ่มความเชื่อมั่นได้ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย โดย สกศ. จะได้ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาสมรรถนะ ของเด็กปฐมวัยไทย จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายรายงานเสนอ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นนโยบายการศึกษาต่อไป

          ดร. สายสุรี จุติกุล รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ บรรยายพิเศษ เรื่อง “สมรรถนะเด็กปฐมวัยไทย : ก้าวไกลสู่มาตรฐานอาเซียน” ความสำคัญตอนหนึ่งว่า แนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือ Early Childhood มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ตามยถากรรม ในช่วง ๑๕-๒๐ ปีที่ผ่านมามีงานวิจัยชี้ชัดว่าเด็กทารกตั้งแต่มีชีวิตอยู่ในครรภ์มารดาก็เริ่มมีการเรียนรู้ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ผ่านประสาทสัมผัสรอบตัวทั้งการมองเห็น ได้กลิ่น ลิ้มรส และการได้ยิน เกิดเป็นความเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เรียนรู้พัฒนาเป็นการกระทำ

 
   

          ดร.สายสุรี จุติกุล กล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และ สกศ. ได้จัดทำคู่มือแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะของเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามวัยเสร็จแล้ว โดยแบ่งเป็น ๒ ช่วงวัย คือแรกเกิดถึง ๓ ปีสำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครองและ ผู้ดูแลเด็ก ที่มีข้อมูลพฤติกรรม ๒๘๖ ข้อบ่งชี้สมรรถนะของเด็กตามวัย และช่วงอายุ ๓-๕ ปี สำหรับผู้ดูแลเด็กครู และอาจารย์ ที่มีข้อมูลพฤติกรรม ๔๑๙ ข้อบ่งชี้สมรรถนะของเด็กตามวัย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแนะนำพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคมของเด็กในแต่ละช่วงวัยอย่างละเอียด และบอกคุณลักษณะแหล่งเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่จะส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่สอดรับกับแนวทางจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยของอาเซียนให้มีมาตรฐานเดียวกันด้วย ซึ่งเป็นแนวทางสังเกตพัฒนาการของเด็ก เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองและครู ได้แนะนำปรับปรุงของเด็กให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

 

          ทั้งนี้ นางธิดา พิทักษ์สินสุข กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย และ นายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ได้นำเสนองานวิจัยการสำรวจสมรรถนะเชิงพฤติกรรมของ เด็กปฐมวัยในสถานศึกษาตัวอย่าง เพื่อสังเคราะห์พฤติกรรมของเด็กและวางแนวทางพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน โดยเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานเพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสภาวการณ์ และเปรียบเทียบการพัฒนาเด็กปฐมวัยของไทยตามแนวทางของยูเนสโกเพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

 
 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด