สกศ. ระดมความคิดเห็นพิจารณาแนวโน้มภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ. ๒๕๗๓

image

 

           วันนี้ (๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร. กมล รอดคล้าย) เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง แนวโน้มภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. กุญชรี ค้าขาย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุชีรา มะหิเมือง นำเสนอข้อค้นพบจากการวิจัย ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ สะท้อนคิดและให้ข้อคิดเห็นจากงานวิจัย  พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้าราชการ สกศ. เข้าร่วมประชุมและร่วมให้ข้อคิดเห็น ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  

 
   
 
 

          สำหรับรายงานการวิจัย (ฉบับร่าง) เรื่อง แนวโน้มภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑) วิเคราะห์ความสำเร็จของการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศไทยและกลุ่มประเทศที่มีแบบปฏิบัติเป็นเลิศ จำนวน ๓ ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ๒) เปรียบเทียบความสำเร็จของการศึกษาและการเรียนรู้ระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศที่มีแบบปฏิบัติเป็นเลิศ และ ๓) เสนอการสร้างภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ โดยใช้การวิจัยเอกสาร ด้วยวิธีศึกษาเชิงคุณภาพ ขอบเขตเนื้อหายึดตามแนวทาง SEAMEO และผลการวิจัยที่ผ่านมาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการศึกษาและการเรียนรู้ ขอบเขตเนื้อหาในการศึกษา ได้แก่ ระบบบริหารการศึกษา หลักการพื้นฐานของการจัดการศึกษา การศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการฝึกหัดครู

   

 

 
   

          จากการวิจัยพบว่าลักษณะสำคัญที่พบใน ๓ ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ร่วมกับแนวคิดทางการศึกษาของโลกและของประเทศไทย ทำให้ได้ภาพอนาคตของประเทศไทย ๕ ภาพ ได้แก่ ๑) ระบบการศึกษา ระบบการบริหารที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล เน้นการมีส่วนร่วม และกระจายอำนาจปฏิบัติสู่ท้องถิ่น ๒) หลักการพื้นฐานการจัดการศึกษา จัดการศึกษาที่มีคุณภาพระดับสากลอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง เน้นการใช้นวัตกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและกลไกการประเมินเพื่อพัฒนา ๓) การศึกษาปฐมวัยเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งของการพัฒนาประเทศ ๔) การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพระดับโลก และ ๕) การฝึกหัดครู สร้างศรัทธาต่อวิชาชีพครู และยกระดับมาตรฐานการทำงานสู่วิชาชีพชั้นสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ภาพของโรงเรียนแห่งความสุข ได้แก่ ๑) ครูและโรงเรียน จะต้องสอนน้อยแต่เด็กเรียนรู้มาก สอนน้อยแต่เตรียมสอนมาก/โรงเรียนจัดสรรเวลาเพื่อการประชุมวางแผน ครูมีทักษะปฏิสัมพันธ์สูงระหว่างเพื่อนครู ผู้ปกครอง เด็กและชุมชน  สอนน้อยแต่เงินเดือนสูง/คุณภาพชีวิตดี  ครูและผู้บริหารเป็นทีมวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ๒) ผู้เรียน ใช้ชีวิตในห้องเรียนน้อยแต่นอกห้องเรียนมาก ๓) ผู้ปกครอง ร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน และ ๔) ชุมชน ให้ที่ฝึกฝนทักษะชีวติ/งาน ให้ความปลอดภัย เป็นต้น

 
   
   
   



          ทั้งนี้ สกศ. จะรวบความความคิดเห็นและข้อสรุปทั้งหมดที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อนำเสนอภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับประเทศไทยในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด