สกศ. จัด OEC Forum ครั้งที่ ๘ ระบบการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา
วันนี้ (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการเสวนา OEC Forum ครั้งที่ ๘ เรื่อง “ระบบการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาสำหรับประเทศไทย” นำเสนอโดย ศาสตราจารย์ ดร.เมธี ครองแก้ว คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อภิปรายนำ โดย นายสมนึก พิมลเสถียร อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการติดตามและประเมินผลการศึกษา ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ.
![]() |
|
![]() |
|
|
|
![]() |
![]() |
|
|
ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สภาการศึกษาเสวนา (Oec Forum) จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเป็นเวทีวิชาการในด้านการศึกษา แม้จะมีเวทีลักษณะนี้อยู่บ้าง แต่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในสถานะหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่พัฒนานโยบายและแผนการศึกษาชาติ ควรมีเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการมานำเสนอข้อมูล ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในมิติต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ซักถามวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ มีข้อมูลงานวิจัยรองรับ การเสวนาครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๘ และจะมีต่อเนื่องในทุกๆ เดือน สำหรับการเสวนาครั้งที่ ๙ กำหนดเรื่อง แผนการศึกษาแห่งชาติ ถอดบทเรียนจากนานาชาติสู่ความสำเร็จ
![]() |
|
|
|
|
|
|
|
![]() |
|
ศาสตราจารย์ ดร. เมธี ครองแก้ว กล่าวว่า การนำเสนอวันนี้จะกล่าวถึง ๓ ประเด็นหลัก คือ ๑. แนวความคิดในการให้ทุน ๒.ทำไมกองทุนปัจจุบันถึงมีปัญหา และ ๓. จะแก้ปัญหาอย่างไร สำหรับประเด็นแรก แนวคิดที่รัฐเป็นหุ้นส่วนในการศึกษา การจ่ายทุนการศึกษาให้นักเรียนที่มีความสามารถที่จะเรียนได้ตามความต้องการของผู้เรียน เมื่อเรียนจบแล้วทำงานมีเงินเดือนถึงระดับที่สามารถจ่ายคืนได้แล้ว จึงค่อยจ่ายเงินคืน เป็นแนวคิดที่น่าตื่นเต้นมากเมื่อมีการใช้ครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๙ ผู้คิดเรื่องนี้คือ ศาสตราจารย์ Bruce Chapman ซึ่งผมได้เรียนรู้แนวคิดของท่านและมานำเสนอในประเทศไทย เป็นที่มาของ ระบบ กรอ. กองทุนนี้ จะสะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง คือ เปิดโอกาสให้ผู้รับทุนมีเงินเดือนตามอัตราที่กำหนดแล้วจึงเริ่มให้ใช้คืน โดยผูกกับระบบการจัดเก็บของกรมสรรพากร แต่ถ้าบัณฑิตใช้คืนไม่ได้ เช่น ต้องออกจากงาน เจ็บป่วย มีผลต่อการชำระคืน ก็ให้ผ่อนการชำระได้ แต่ถ้าบัณฑิตมีเงินแต่ไม่ใช่คืน ก็จะมีระบบตรวจสอบให้ใช้คืน เช่น จะซื้อขายที่ดินในอนาคต จะโอนที่ดินให้ลูกหลาน ถ้าพบว่ายังเป็นหนี้อยู่ก็ต้องหักคืนให้รัฐก่อน ถ้าไม่จ่ายก็โอนทรัพย์สินไม่ได้
สำหรับกองทุน กยส ที่ยังมีปัญหาในปัจจุบัน เนื่องจากรูปแบบกองทุนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ครั้งแรกที่ตั้งกองทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อเด็กฐานะยากจน ต่อมาปรับเปลี่ยนเปิดกว้างขึ้น และต่อมาให้นักเรียนระดับมัธยมด้วย ซึ่งเงื่อนไขของ กยส คือ หลังจากสองปีต้องใช้เงินคืน ถ้าไม่ใช้จะกลายเป็นผู้เบี้ยวหนี้ ซึ่งการเบี้ยวมีกฎหมายบัญญัติอยู่ว่า ถ้าเบี้ยวเกินห้าปีหนี้จะสูญดังนั้นภาระจึงตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ กยส ที่จะต้องฟ้องร้องเพื่อมิให้หนี้สูญ การกำหนดว่า ๒ ปี ต้องใช้ บางคนยังไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากอาจจะยังไม่มีงานทำ หรือรายได้ไม่เพียงพอยิ่งเมื่อขยายถึงนักเรียนมัธยม ซึ่งความสามารถในการชำระหนี้ยังไม่มี จึงเกิดปัญหา ปัจจุบันจึงมีคดีฟ้องร้องในศาลเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มภาระให้ศาล ทั้งรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้อง ซึ่งถือเป็นเงินที่สูญเปล่าดังนั้นวิธีแก้คือ เปลี่ยน กยส เป็น กรอ. ทั้งหมด โอนหนี้ มาอยู่ กรอ. เพราะเงื่อนไขที่ต้องชำระเงินหลังจากเรียนจบ ๒ ปี เป็นการฝืนธรรมชาติ คนส่วนใหญ่ยังไม่มีเงินใช้หนี้ ควรให้เขามีรายได้พอจะชำระเงินได้ก่อน ซึ่งนี่คือ ความแตกต่างระหว่าง กรอ กับ กยส นอกจากนี้ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่า กองทุนนี้มิได้เป็นกองทุนให้เปล่า เป็นการให้กู้ยืม เมื่อกู้แล้วต้องนำเงินมาใช้ การที่ไม่ใช้คืนบางครั้งเพราะเคยชินกับนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่เป็นกองทุนให้เปล่า เช่น กองทุนหมู่บ้านเป็นต้นการแก้ปัญหาจะนำ กรอ กับ กยส มาประสมกันไม่ได้ ต้องยกเลิก
กยศ ปรับเป็น กรอ และจัดเก็บโดยกรมสรรพากร ไม่ควรใช้ระบบธนาคาร การทำเช่นนี้ ยังส่งผลต่อการศึกษานักศึกษาจะเลือกเรียนสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ถ้ามหาวิทยาลัยใดไม่สามารถตอบสนองก็จะไม่มีผู้เรียน เป็นการช่วยควบคุมมาตรฐานสถานศึกษาได้ด้วย
![]() |
|
|
|
![]() |
|
|
|
![]() |
![]() |
นายสมนึก พิมลเสถียร อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการติดตามและประเมินผลการศึกษา ให้ความเห็นว่า ปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญอยู่ คือ กำลังจะเกิดหนี้สาธารณะภาคสังคม โดยเฉพาะเรื่องกองทุนการศึกษา พบว่า เงินที่รัฐบาลใส่ไปเกือบครึ่ง ไม่สามารถนำกลับมาได้ จึงต้องนำมาทบทวน และขณะนี้กำลังทำแผนการศึกษา ๑๕ ปี สกศ. ได้จัดระดมความคิดเห็นหลายครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ถ้าสำเร็จการศึกษาจะเปลี่ยนจาก supply side (อุปทาน) เป็น demand side (อุปสงค์) มากขึ้น กยส. ในตอนแรกออกแบบเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาให้มีโอกาสได้เรียน เป็นการให้ทุนการศึกษาอย่างเดียว ต่อมามีแนวคิดว่าไม่เพียงพอ ควรมี กรอ. เพื่อจะสามารถเป็นข้อมูลค่าใช้จ่ายที่แท้จริงแต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้ง ทำให้โครงการไม่นิ่ง สำหรับการแก้ปัญหาควรควรออกพรบ.ใหม่ นำหลักการดี ๆ ของทั้ง ๒ กองทุนมาใช้ มีกองทุนให้เปล่า กองทุนเรียนดีเรียนเก่ง บางกองเน้นสาขาที่ต้องการ ที่ขาดแคลน บางกองเน้นอาชีวศึกษา บางกองเป็นการศึกษากลาง ๆ โดยควรกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้ชัดเจน เพราะปรัชญาการศึกษาในอนาคต ไม่ใช้เฉพาะการสอนการให้ความรู้ แต่เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตลอดชีวิต นี่คือสาระที่เปลี่ยนไปในการวางแผนสิบห้าปี











