สกศ. ทำประชาพิจารณ์ภาคกลาง รับฟังความคิดเห็นแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ ๑๒ ให้เป็นแผนที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๙ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่างยุทธศาสตร์และมาตรการของแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ในภาคกลาง โดยมีผู้บริหารสำนักพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า ๓๐๐ คน ณ โรงแรมราวินทรา บีชรีสอร์ท และสปา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
ดร.กมล รอดคล้าย กล่าวเปิดงานและปาฐากถาพิเศษความตอนหนึ่งว่า ร่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๔) ที่มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ สภาการศึกษา มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือ/กลไกในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเป็นพลเมือง มีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะมรการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตในสังคมอย่างเป็นสุข มีความเป็นพลเมืองทั้งในประเทศไทยและพลเมืองโลก โดยมีกรอบวิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ คือ ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นกลไกหลักของการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของทุนมนุษย์ รองรับการศึกษา การเรียนรู้ และความท้าทายที่เป็นพลวัตของโลกสตวรรษที่ ๒๑
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับยุทธศาสตร์และมาตรการ แนวทางการพัฒนาการศึกษา มี ๙ ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๑) การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศ ๒) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระดับสถานศึกษา ๓) การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ๔) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ๕) การปรับระบบและกลไกการบริหารทรัพยากรบุคคล ๖) การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา ๗) การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ๘) การผลิตและพัฒนากำลังตอบสนองความต้องการของประเทศ และ ๙) การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยมีแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔) เพื่อเป็นแผนชี้นำทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ซึ่งในระยะ ๕ ปีแรกนี้ จะเป็นการวางระบบและกลไกการบริหารจัดการ โดยกำหนดแผนและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน (transition period) ภายใต้แผนบริหารความเสี่ยง (risk management) รวมทั้งการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm/mind set) ของบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและนำร่องเพื่อเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการขยายผลต่อในระยะที่ ๒ ปี ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙ เป็นการขับเคลื่อนและขยายผลตัวอย่างของความสำเร็จให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้ระบบกลไกการบริหารจัดการที่เปลี่ยนแปลงไป และแผนบริหารคสามเสี่ยงเพื่อรองรับปัยหา อุปสรรค ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ระยะที่ ๓ ปี ๒๕๗๐ – ๒๕๗๔ เป็นการติดตามและประเมินผลเชิงระบบและกลไกการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุงแก้ไข วางแนวทางการบริหารจัดการในลักษณะเชิงพื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกัน และขยายผลเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม มีผลผลิตและผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |











