สกศ. ดึงภาคีเครือข่ายจัดสมัชชาการศึกษาระดับชาติ หวังช่วยแก้วิกฤตการศึกษา

image

        วันนี้ (๒๕ เมษายน ๒๕๕๙) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิด เรื่อง การจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือและสมัชชาการศึกษาระดับชาติ มี ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดประชุม จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษ เรื่อง เครือข่ายและสมัชชาการศึกษา : ผ่าทางตันการศึกษาไทย โดยนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือฯ ผู้แทนจังหวัดที่จัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัด กลุ่มประชาชน/ท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา ข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องปิ่นมณฑล โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพฯ
        ดร. กมล รอดคล้าย กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาประเทศมีความชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลมี “ยุทธศาสตร์ชาติ” เป็นพิมพ์เขียวในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ คือ เป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐานเพื่อก้าวพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ขณะเดียวกัน สกศ. ได้จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔) เพื่อวางระบบการพัฒนาการศึกษาที่เป็นระบบ การจัดทำแผนระยะยาวเพื่อให้เห็นกระบวนการพัฒนาที่เป็นระบบและสามารถมั่นใจได้ว่า คนรุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นมาจะต้องเป็นคนดี มีวินัย และเป็นคนที่มีสมรรถนะการเรียนรู้ทางวิชาการและสามารถนำไปประกอบวิชาชีพตามความถนัด เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นพลเมืองโลกรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ สกศ. จึงมีแนวคิดที่จะนำระบบการจัดการเครือข่ายความร่วมมือมาใช้ เพราะเชื่อมั่นว่าหากเราใช้พลังภาคีเครือข่ายทางการศึกษาและมีการจัดตั้งสมัชชาการศึกษา ทำหน้าที่ในการชี้นำทิศทางหรือนโยบายทางการศึกษา เช่น ทิศทางการจัดการศึกษาของจังหวัดที่มีเครือข่ายตั้งอยู่ หรือทิศทางการพัฒนาการศึกษาในบางด้าน ให้การศึกษาเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมากกว่าที่จะให้กระทรวงศึกษารับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว 

        ด้าน นพ.อำพล จินดาวัฒนะ กล่าวว่า ปัจจัยที่กระทบต่อคุณภาพคนและสังคม ได้แก่ ปัจเจกบุคคล ระบบการศึกษา สิ่งแวดล้อมและระบบอื่นๆ ระบบการศึกษาอยู่แค่ภายในห้องเรียน แต่ระบบการเรียนรู้อยู่ภายนอกห้องเรียน ความรู้จริงเกิดจากการปฏิบัติมากกว่าในตำรา หากต้องการสร้างให้เกิดคนดี คนเก่ง อย่าหาญกล้าแบกความรับผิดชอบไว้เพียงแค่ในระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคืนเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ให้คนทั้งสังคมร่วมกันรับผิดชอบ ผ่าทางตันการศึกษาด้วยการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ ให้การศึกษาเป็นตัวเสริมหนุนการเรียนรู้ เปลี่ยนการศึกษาเพื่อคนทั้งมวลเป็นคนทั้งมวลเพื่อการศึกษา เปลี่ยนจากการศึกษาโดยรัฐและวิชาชีพครู เป็นการศึกษาโดยทุกภาคส่วน (หุ้น่สวน/เครือข่าย) โดยใช้หลักการอภิบาล (Governance) แบบเครือข่าย คือ มีฉันทมติ การยอมรับ มีลักษณะเป็นแนวราบ เกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในสังคม การศึกษาจะต้องเป็นไปในแนวราบไม่ใช่รัฐเป็นผู้สั่งการจากแนวดิ่งลงมา สมัชชาการศึกษาจึงควรเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ) ทำงานแบบหุ้นส่วนที่เป็นประชารัฐที่แท้จริง ตามแนวคิดการศึกษาเรียนรู้ โดยคนทั้งมวล เพื่อคนทั้งมวล มีการจัดการอย่างเป็นระบบบนฐานวิชาการ มีความเป็นกัลยาณมิตร การจัดสมัชชาการศึกษาจะต้องมีกลุ่มแกนนำการเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มที่กระบวนการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วม ขยายเครือข่ายภาคีแกนนำ ๓ ภาคส่วน ได้แก่ รัฐ สังคม และวิชาการไปพร้อมๆ กัน เน้นแนวทางเสริมพลัง ไม่ควรเริ่มด้วยระเบียบ กฎเกณฑ์ คู่มือให้คนในระบบการศึกษาเดิมนำไปลงมือปฏิบัติ
 
   
   
   
   
   
       

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด