สรุปประเด็นการสนทนา จส ๑๐๐ ประเด็น ปัญหาระบบการศึกษาไทย
สรุปประเด็นการสนทนา สถานีวิทยุ จส ๑๐๐ FM 100 MHz ประเด็นเรื่อง ปัญหาระบบการศึกษาไทย วันพฤหัสบดีที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๒๐.๓๐ น. โดย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา
| ผู้ดำเนินรายการ : | แผนการศึกษาแห่งชาติ ล่าสุดกำลังหมดในปีนี้ เป็นแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปรับปรุง ทุกแผนที่ทำมาผลเป็นอย่างไร และการดำเนินงานเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทยดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด ในวันนี้ได้พบกับ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา จึงขอเรียนถามว่า ประเทศไทยดำเนินการเกี่ยวกับแผนการศึกษาแห่งชาติอย่างไรบ้าง |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | แผนการศึกษาแห่งชาติมีพร้อมๆ กับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ และกำลังจะสิ้นสุดลง ดังนั้นจึงได้มีการสรุปบทเรียน และศึกษาทบทวนว่าจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร ดังนั้นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาดำเนินการทบทวนแผนเป็นระยะ ๆ ถ้ามองจากภาพรวมการศึกษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่า ระบบการศึกษาไทยถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีการสร้างประเทศชาติ สร้างคน สร้างคุณภาพให้กับสังคมมากมาย ถ้าพิจารณาจากความเจริญเติบโตของประเทศไทยแล้วจะเห็นว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน ซึ่งคนที่มีคุณภาพจะไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป แต่ส่วนใหญ่คิดว่า ระบบการศึกษาไม่ดีพอนำไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จะคิดว่าควรจะทำได้ดีกว่านี้ เราจึงควรหาวิธีการอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น |
| ผู้ดำเนินรายการ : | เมื่อวันก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) กล่าวถึง หล่มของระบบการศึกษาไทย หล่มในที่นี้คือ ปัญหา ซึ่งค่อนข้างใหญ่และลึกมากๆ ดังนั้นจึงต้องการให้ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาช่วยอธิบายว่า หล่มในที่นี้มีอะไรบ้าง |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | หล่มของระบบการศึกษา ต้องมองที่จุดมุ่งหมายของการศึกษาก่อน จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาประกอบด้วย ๓ เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ ๑) การให้โอกาสกับคน ทำอย่างไรให้คนเรียนหนังสือ ถ้าคนได้เข้ามาพัฒนาตัวเองสามารถไปประกอบอาชีพ และพัฒนาสังคมได้ ๒) การมีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ๓) การศึกษาต้องสร้างคนให้มีความสามารถในการแข่งขัน สามารถแข่งขันกับคนประเทศอื่นได้ ถ้าถามว่าหล่มการศึกษาจะอยู่ตรงไหน หล่มการศึกษาจะอยู่ที่เรื่องคุณภาพของระบบการศึกษา ประเทศไทยไม่มีระบบการศึกษาที่ดีพอ หล่มการศึกษามี ๔ เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ ๑) หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรยังไม่ดีพอ เรียนมากเกินไป ไม่สามารถสร้างเด็กที่มีวินัย คิดวิเคราะห์ได้ ฯลฯ ๒) การบริหารบุคคล (ครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา) ถ้าครูเก่ง ครูดี จะทำให้เก่ง ดังนั้น การผลิตครูมีปัญหาพอสมควร การเลือกครูดีสู่ระบบทำได้ไม่ดีนัก มีครูไม่ครบชั้น ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก ฯลฯ ๓) การบริหารและการจัดการศึกษา มีการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา มีโรงเรียนใหญ่ กลาง เล็ก ฯลฯ ๔) ทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา งบประมาณลงทุนกับการศึกษามากเกินไป แต่ไม่ได้ผลในเชิงคุณภาพ สาเหตุที่ใช้งบประมาณมาก เพราะมีการตั้งโรงเรียนมาก เพื่อต้องการให้คนไปโรงเรียนกันมาก งบประมาณจึงไปอยู่ที่รายจ่ายปกติ มากกว่าการจ่ายเพื่อการพัฒนา ที่สำคัญคือรัฐเป็นคนอุดหนุนเป็นหลัก ฯลฯ สาเหตุทั้งหมดทำให้การศึกษาไม่สามารถเป็นไปตามคุณภาพที่สังคมคาดหวังได้ |
| ผู้ดำเนินรายการ : | ในอดีตที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาเหล่านี้มาบ้างแล้ว ทำไมจึงไม่มีการแก้ไข |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | การดำเนินการต่าง ๆ ในด้านการศึกษามีการแก้ไขเป็นลำดับ แต่เนื่องจากการแก้ไขดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก งบประมาณ และระบบ ฯลฯ ในการแก้ไขการศึกษาอดีตที่ผ่านมาทำ ๒ แบบ ได้แก่ ๑) ปฏิรูป รื้อระบบ วางระบบใหม่ ๒) แก้เป็นลำดับ ขั้นตอน ประเทศไทยเคยมีการปรับระบบใหญ่มาแล้วเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๗ แต่ตอนนั้นได้มีการปรับเป็นขั้นตอน สิ่งที่คาดหวังคือเริ่มที่คุณภาพของเด็กก่อน โดยการทำหลักสูตร จัดกระบวนการเรียนการสอนใหม่ เช่น ปัจจุบันนี้มีโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ การสอนทางไกลผ่านระบบดาวเทียม การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษให้เด็ก มีระบบครุทายาทโดยผลิตครูยุคใหม่มาแทนยุคเก่า เรื่องโครงสร้างองค์กรได้มีการจัดตั้งศึกษาธิการจังหวัดขึ้นมา เพราะเดิมในแต่ละจังหวัดไม่มีความเป็นเอกภาพ เรื่องทุนการศึกษาตอนนี้มีโครงการประชารัฐโดยภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมมาก ขึ้น ฯลฯ |
| กล่าวรวมโดยสรุปว่ากระทรวงศึกษาธิการมีการปรับปรุงแก้ไขการศึกษามาเป็นลำดับ ในการพัฒนาการศึกษาประเทศไทยไม่ได้พัฒนาล้าหลัง แต่ประเทศต่าง ๆ มีการพัฒนารวดเร็วกว่าประเทศไทย จึงทำให้เวลาการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ดูล้าช้า | |
| ผู้ดำเนินรายการ : | ตกลงที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่ ไม่ได้รื้อระบบใช่หรือไม่ แต่เลือกที่จะแก้ทีละขั้นตอน |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | จะพูดว่าไม่รื้อระบบการศึกษาเลยก็คงไม่ใช่ แต่กระทรวงศึกษาธิการกำลังเตรียมรื้อระบบการศึกษา เพราะขณะนี้มี คชส. เข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ โดยเรื่องใดมีความสำคัญให้แก้ไขก่อน เช่น เรื่องการผลิตครู หลักสูตร โครงสร้างการบริหารในเขตพื้นที่ ฯลฯ มีการระบุไว้ว่าจะมีการปฏิรูปการศึกษาภายใน ๑ ปี หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศ โดยจะมีคณะกรรมการอิสระขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ |
| ขอเรียนว่าขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการแก้ปัญหาและจะปฏิรูปครั้ง ใหญ่แน่นอนภายใน ๑ ปี หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ในส่วนประเด็นการพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ มีการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พัฒนาการสอนอาชีวศึกษา อุดมศึกษา ทวิภาคี ฯลฯ ซึ่งแผนการศึกษาแห่งชาติที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากำลังดำเนินการจัด ทำอยู่นั้น เป็นกระบวนการหนึ่งของการพัฒนาว่าจะมีทิศทางสร้างคนในอนาคตอีก ๑๕ ปีข้างหน้าอย่างไร | |
| ผู้ดำเนินรายการ : | แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะสร้างคนในยุคศตวรรษที่ ๒๑ อยากเรียนถามว่าคนในศตวรรษที่ ๒๑ จะมีคุณลักษณะอย่างไร |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | สังคมในศตวรรษที่ ๒๑ จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างคนยุคใหม่ ต้องเป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ทักษะวิชาสามัญ เรื่องภาษา เทคโนโลยี คนเป็นนักคิด วิเคราะห์ สามารถอยู่กับคนอื่นในโลกได้ จึงสามารถเป็นพลเมืองของโลก พลเมืองของสังคมอาเซียน ฯลฯ คุณลักษณะเหล่านี้ จำเป็นต้องสร้างให้เด็กของเรา สามารถรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา |
| ผู้ดำเนินรายการ : | ฟังดูแล้วยากมากที่จะแก้ไขได้ เพราะปัญหาที่มีอยู่เป็นปัญหาที่ใหญ่ทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปสู่การสร้างคนในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาได้กล่าวถึง ดังนั้น ครั้งหน้าจะขอรบกวนท่านเลขาธิการสภาการศึกษามาพูดคุยเรื่องการดำเนินการจัด ทำแผนการศึกษาแห่งชาติอีกครั้ง ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร |
| เลขาธิการสภาการศึกษา : | จะขอสรุปสั้น ๆ ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามั่นใจว่าจะดำเนินการพัฒนาการศึกษาต่อไปได้ เนื่องจากจะดำเนินการปรับระบบ หรือปฏิรูปการศึกษาเร็ว ๆ นี้ และมีกระบวนการพัฒนา โดยแผนการศึกษาแห่งชาติได้วางแผนไว้ระยะยาว ๑๕ ปี ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประเทศพ้นจากการมีรายได้ปานกลางเป็นมีรายได้สูง และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง มีภูมิคุ้มกัน ไม่ฟุ้งเฟ้อจนประเทศล้มละลาย หลักต่าง ๆ ที่กล่าวถึงจะนำไปสู่ทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมกับทิศทางการสร้างคน ผมขอยืนยันว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทราบปัญหา และพร้อมที่จะแก้ไขและมีทิศทางการพัฒนา อย่างชัดเจน ดังนั้น สังคมต่าง ๆ จะต้องเข้ามาช่วยกันให้เสนอความคิดเห็นเพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป |

