OEC Forum นัด ๕ เรียนฟรี ใครได้ ใครเสีย เสนอแนวคิด CCT จูงใจเด็กด้อยโอกาสได้เรียนต่อเพิ่มขึ้น แนะเกลี่ยงบประมาณเติมเต็มในส่วนที่ขาดลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
วันนี้ (๘ มีนาคม ๒๕๕๙) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ประธานเปิดการประชุม “สภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ ๕ เรื่อง “เรียนฟรี ใครได้ ใครเสีย” ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อภิปรายนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความสนใจจากผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษา นักวิชาการ นักวิจัยการศึกษา และสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมเสวนา ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
![]() |
![]() |
|
|
|
|
|
![]() |
![]() |
|
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ในการจัดประชุมสภาการศึกษาเสวนา หรือ OEC Forum แต่ละครั้งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการศึกษาของชาติ ประเด็นที่สังคมสนใจขณะนี้ "เรียนฟรี ใครได้ ใครเสีย" ท่านวิทยากรจะได้นำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อตอบปัญหาและข้อสงสัยของสังคม ซึ่งข้อมูลในแต่ละครั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะได้สรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้พัฒนานโยบายด้านการศึกษาของชาติ รวมทั้ง สกศ. จะได้นำมาปรับใช้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๔) ต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
|
|
|
ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ประเด็น เรียนฟรี ใครได้ ใครเสีย ยังเป็นเรื่องที่ตอบคำถามได้ยาก แต่ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาตรา ๕๐ เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการหรือจัดให้มีการศึกษาก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งการศึกษาตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และดำเนินการให้ผู้ด้อยโอกาสได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน
![]() |
|
|
![]() |
|
|
นอกจากนี้ ยังรวมถึง มาตรา ๖๕ ระบุว่า รัฐพึงจัดให้มีและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาศิลปวิทยาการให้เกิดความรู้ การพัฒนาการ และนวัตกรรม เพื่อความเข้มแข็งของสังคมและเสริมสร้างความสามารถของคนในชาติ นับเป็นเจตนาที่ดีของรัฐสำหรับการสนับสนุนด้านการศึกษา ๒ นัย คือ ๑. นัยต่อการคลัง การงบประมาณ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เขียนให้รัฐผูกมัดด้านการศึกษาน้อยลง ซึ่งอาจช่วยลดรายจ่ายด้านงบประมาณของรัฐลงได้จำนวนมาก และ ๒. นัยต่อการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา การลดภาระหรือข้อผูกมัดงบประมาณที่จัดสำหรับการศึกษาก่อนวัยเรียน จำเป็นต้องตีความหมายคำว่าผู้ด้อยโอกาส หรือเด็กยากจน ในแต่ละระดับตั้งแต่การศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาภาคบังคับ ให้ชัดเจนว่ารัฐจะอุดหนุนไปถึงระดับใด
![]() |
|
|
|
อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ นิด้า แสดงทรรศนะด้วยว่า สำหรับมาตรการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมมือกับรัฐในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กยากจน หรือผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการอุดหนุนและสามารถเรียนต่อให้ถึงที่สุด ไม่ใช่จบเพียงแค่การศึกษาภาคบังคับแนวทางแก้ปัญหาควรมีการจัดทำแผนที่คนจน หรือ poverty mapping ที่ตรวจสอบได้ และมีความชัดเจนพอสมควร อย่างไรก็ตาม ควรมีการเติมงบประมาณส่วนที่เคยจัดให้การศึกษาก่อนวัยเรียนไปเพิ่มในส่วนการอุดหนุนให้ผู้ด้อยโอกาส เป็นการจัดสรรเงินโอนให้ครอบครัวเพื่อเด็ก โดยมีเงื่อนไขให้ได้เรียนอย่างเต็มที่ในรูปแบบ CCT หรือ conditional cash transfer อาจนำมาใช้ได้ มีเป้าหมายเพื่อวางมาตรการจูงใจให้เด็กได้เรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา อาจจะมากกว่าการเรียนฟรี หรือเงินอุดหนุน ถือเป็นมาตรการจูงใจผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยโดยให้เด็กเรียนด้วยเงินโอนอย่างมีเงื่อนไข
![]() |
|
|
|
"ดังนั้น เมื่อลองอนุมานสถิติอัตราการอยู่ในโรงเรียนของเด็กอายุ ๑๓-๑๘ ปี จำนวน ๓,๓๐๐,๐๐๐ คน หากวางเป้าหมายประมาณร้อยละ ๑๐ ของจำนวนเด็กที่ได้เรียน จะสามารถช่วยให้เด็กด้อยโอกาสได้เรียนประมาณถึง ๓๓๐,๐๐๐ คน ถือเป็นทางเลือกใหม่ด้านนโยบายส่งเสริมการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของประเทศไทยต่อไป" ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ระบุ
รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า รัฐควรมีแนวคิดใหม่ในการจัดระบบการจัดสรรงบประมาณการศึกษาใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการที่แท้จริง และลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นนำไปเกลี่ยงบประมาณให้กับสถานศึกษาภาคบังคับที่ยังขาดแคลน และมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายด้านการศึกษาที่มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดคุณภาพขั้นต่ำทางการศึกษาที่รัฐพึงจะให้ หรือ lowest quality เน้นสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา ในต่างประเทศถือว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นสมบัติของชาติที่มีมูลค่าสูงเกินประเมินค่า แนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์เห็นว่าควรมีการเกลี่ยงบประมาณให้กับสถานศึกษาภาคบังคับที่ยังขาดแคลน รัฐจะต้องให้การบริการด้านการศึกษาเป็นรากฐานของชาติ ในระยะยาวคือการสร้างกำลังคนของประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาของประเทศในอนาคต จึงต้องสร้างพื้นฐานของประเทศให้ดีที่สุดอย่างมีมาตรฐาน
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
![]() |
"รัฐต้องจัดการโดยสิ้นเชิงในเรื่องการวางระบบการศึกษา ร่างรัฐธรรมนูญนั้นในระยะยาวหน้าที่ให้การศึกษาควรดึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชนมีส่วนสำคัญมากกว่ารัฐ และระดับอุดมศึกษาควรมีส่วนรับผิดชอบในการร่วมผลิตกำลังคนรองรับการแข่งขันของประเทศด้วยในอนาคต สำหรับการส่งเสริมอาชีวศึกษาควรส่งเสริมให้มีครูช่างเพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบัน ซึ่งสถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณสูงขึ้น จัดระบบค่าใช้จ่ายรายหัวกันใหม่ โดยการเติมเต็มในส่วนที่ขาดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกัน เพื่อให้รัฐสามารถใช้งบประมาณการศึกษาได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ" อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้ข้อเสนอแนะ
![]() |
|
|
|
![]() |


















